
นายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ
กทช.ทำหนังสือสั่งผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคม ปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด พร้อมจับตาทีวีดาวเทียม-วิทยุชุมชนเป็นพิเศษ ระบุหากมีข้อความล้มล้างการปกครอง-ปลุกระดม จะยกเลิกใบอนุญาตทันที…
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ประกอบด้วย นายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ ว่าที่ประธานกทช. ส่วนกรรมการประกอบด้วย นายสุชาติ สุชาติเวชภูมิ นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร นายบัณฑูร สุภัควณิช นายพนา ทองมีอาคม พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ได้เรียกประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนรัฐบาลรับมือการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 2551 มีผลบังคับใช้ในระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค.53 โดยกทช.ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และพ.ร. บ.วิทยุคมนาคม 2498
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้นายฐากร ตันฑสิทธิ์ รักษาการเลขาธิการกทช. เป็นผู้ประสานงานกับรัฐบาลและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในช่วงระหว่างการชุมนุม เพื่อทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ภายใต้พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 พร้อมแต่งตั้งกทช.ที่มีอำนาจในการตัดสินใจกรณีฉุกเฉินในช่วงการชุมนุม ได้แก่ นายประสิทธิ์ นายสุรนันท์ พ.อ.นที และนายบัณฑูร เพื่อแก้ไขปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการชุมนุมได้ทันท่วงที
ขณะเดียวกันที่ประชุมยังให้สำนักงานกทช.ทำหนังสือถึงผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคม และผู้ประกอบการต่อเนื่องการถ่ายทอดสัญญาณดาวเทียม รวมถึงผู้ประกอบการวิทยุชุมชนและเคเบิ้ลทีวี ที่มาขึ้นทะเบียนขอใบอนุญาตชั่วคราวจากกทช. เพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการออกใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังได้สั่งการให้หน่วยตรวจสอบการใช้คลื่นความถี่ทั่วประเทศ ไปตรวจสอบการใช้คลื่นความถี่ที่เป็นภัยคุกคามกับความมั่นคงภายในประเทศ รวมถึงการใช้คลื่นความถี่เพื่อปลุกระดม ยุยง ก่อให้เกิดให้เกิดความรุนแรง เพราะหากตรวจสอบพบ ให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที
ด้านพ.อ.นที กล่าวว่า กทช.ได้ย้ำไปยังผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยเฉพาะผู้ให้บริการทีวีดาวเทียม จะต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม 2544 อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 ปี ขณะเดียวกันก็ต้องเฝ้าติดตามการออกอากาศของวิทยุชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการวิทยุชุมชนมาลงทะเบียนไว้แล้ว 6,700 สถานี ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการออกใบอนุญาตชั่วคราว ว่าจะไม่มีเนื้อหาการปลุกระดม ไม่ล้มล้างการปกครอง และต้องบันทึกเทปการออกรายการย้อนหลัง 30 วัน เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง และหากไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขก็ถือว่าผิดกฎหมายพ.ร.บ.ประกอบกิจการวิทยุ กระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ 2551 ที่มีบทลงโทษยกเลิกใบอนุญาตชั่วคราวทันที
ขณะที่นายพนา กล่าวว่า ในส่วนของเคเบิลทีวี ซึ่งมีอิสระเสรีในการเสนอรายการข่าวต่างๆ แต่ทาง กทช.ได้ขอความร่วมมือไปยังเคเบิลทีวีต่างๆ เพื่อไม่ให้มีการเสนอเนื้อหาที่ปลุกระดม ยุยงก่อให้เกิดการจลาจล และเหตุการณ์วุ่นวาย ดังนั้นการเสนอเนื้อหาของสื่อต่างๆ ก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เสนอไปด้วย เพราะสภาพเหตุการณ์นี้ สื่ออาจมีบทบาทมาก จึงขอให้สื่อดูแลการเผยแพร่ข่าวด้วยความระมัดระวัง โดยสิทธิเสรีภาพของสื่อยังคงมีเหมือนเดิม เพียงแต่ต้องทำด้วยความรอบคอบ
