
กรมธุรกิจพลังงาน เผยเดือนก.พ.ไทยนำเข้าน้ำมัน6.5หมื่นล้านและส่งออกได้9,700 ล้านบาท แถมเร่ิ่มมีน้ำมันเถื่อนเข้ามาขายในระบบมากขึ้น ขณะที่กฟผ.ระบุการใช้ไฟพีคทุบสถิติตั้งแต่เดือนมี.ค.แล้ว
เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.)เปิดเผยว่า เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมาประเทศไทย มีการนำเข้าน้ำมัน 4,108 ล้านลิตร หรือเฉลี่ยประมาณ 923,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็นมูลค่า 65,442 ล้านบาท และเป็นการนำเข้าที่เพ่ิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 34.3% เนื่องจากมีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ที่ชัดเจนประกอบกับเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ทำให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยว รวมทั้งยังเป็นช่วงฤดูพืชผลทางการเกษตรให้ผลผลิต เช่น มันสำปะหลัง, อ้อย, กาแฟทำให้มีการใช้น้ำมันเพื่อการขนส่งเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันประเทศไทย ก็สามารถส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปได้590 ล้านลิตรหรือเฉลี่ย132,000 ลิตรต่อวัน คิดเป็นมูลค่า9,700 ล้านบาท
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน? กล่าวต่อว่า ในส่วนของการใช้น้ำมัน เดือนก.พ. พบว่ามีปริมาณที่สูง โดยกลุ่มน้ำมันเบนซินรวมแก๊สโซฮอล์มีการใช้เฉลี่ย 21.1 ล้านลิตรต่อวัน น้ำมันดีเซล54.9ล้านลิตรต่อวัน เทียบกับเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้น8%และ9% ตามลำดับ ทั้งนี้น้ำมันเบนซิน95และ91 มีความต้องการใช้ 9 ล้านลิตรต่อวัน แก๊สโซฮอล์12.1 ล้านลิตรต่อวัน น้ำมันดีเซล 31.8 ล้านลิตรต่อวันไบโอดีเซลบี5 ใช้ 22.4 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)มีความต้องการใช้เฉล่ี่ย14,000 ตันต่อวัน ซึ่งในเดือนมี.ค.นี้ ธพ.ได้อนุญาตให้บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)นำเข้าแอลพีจี110,000 ตัน และคาดว่าในเดือนเม.ย.-พ.ค. อาจต้องนำเข้าเดือนละ150,000 ตัน ตามความต้องการที่เพ่ิ่มขึ้น ทั้งนี้ ปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และเศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้ผู้ค้าน้ำมันบางรายเริ่มแอบนำน้ำมันเถื่อนคุณภาพต่ำ มาปลอมปนกับน้ำมันในประเทศ จนสร้างความเสียหายกับเครื่องยนต์ของผู้บริโภคและในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2553 (ต.ค. 52- กพ. 53) ธพ.ได้ตรวจสอบผู้ค้า 1,956 ราย พบว่ามีการจำหน่ายน้ำมัน ไม่เป็นไปตามที่ธพ.กำหนด96 ราย ส่วนใหญ่เป็นปั๊มน้ำมันอิสระในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้
?น้ำมันคุณภาพต่ำ เกิดจากการนำเข้าน้ำมันราคา ถูกจากประเทศเพื่อนบ้าน และการนำสารโซลเว้นท์ มาผสมกับน้ำมัน ทำให้รถยนต์ของ ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย ซึ่งในระยะสั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันคุณภาพต่ำ น้ำมันเครื่องไส้กรอง ล้างหัวฉีด 5,600 บาทต่อคัน และระยะยาวต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนเครื่องยนต์ไม่ต่ำกว่า 3 0,000บาทต่อคัน? นายพีระพล กล่าว
ด้าน นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)กล่าวว่า เมื่อเดือนก.พ. มีการใช้ไฟฟ้ารวม 12,354 ล้านหน่วย เนื่องจากสถาพอากาศที่ร้อนรุนแรงเร็วผิดปกติ จากเดิมสภาพอากาศที่ร้อนรุนแรงจะเกิดขึ้นในเดือนมี.ค. และแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อ งสอดคล้องกับตัวเลขส่งออกและผลิตผลของภาคอุตสาหกรรม จึงมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันพบว่าในเดือน กพ. ได้มีการใช้ไฟฟ้าที่สูงสุด(พีค)ในประวัติศาสตร์ ทำลายสถิติปี2551-2552 ไปแล้ว4ครั้งติดต่อกัน คือเมื่อวันที่ 2 มี.ค. อยู่ที่ 22,185 เมกะวัตต์, วันที่3 มี.ค. อยู่ที่ 22,406 เมาะวัตต์, วันที่ 8 มี.ค. อยู่ที่ 22,542เมกะวัตต์ และวันที่ 9 มี.ค. อยู่ที่ 22,649 เมกะวัตต์ จากเดิมช่วงพีคจะเกิดขึ้นในเดือนเม.ย.-พ.ค. ดังนั้นจึงคาดว่าในเดือนมี.ค.-เม.ย.นี้จะเกิดพีคเกิดขึ้นทำลายสถิติอีกหลาย ครั้งอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ในวันที่23มี.ค.-1เม.ย.นี้ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)จะหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเยดากุนในพม่าให้กับ กฟผ. ทำให้ปริมาณก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าหายไปจากระบบวันละ 1,070 ล้านลูกบาศก์ฟุต(ล้านลบ.ฟุต) หรือคิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้า จะหายไป6,000 เมกะวัตต์ ซึ่งในเรื่องนี้ปตท.ได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กฟผ.ด้วยการเรียกก๊าซฯจากแหล่งผลิต ในฝั่งตะวันออกของอ่าวไทยมาทดแทนให้วันละ 300 ล้านลบ.ฟุต และกฟผ.ได้เตรียมสำรองน้ำมันเตาไว้28ล้านลิตร น้ำมันดีเซล48 ล้านลิตรไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดปัญหาไฟฟ้าตกหรือดับอย่างแน่นอน
