
ชี้รวม 415 อาชีวะตั้ง 19 สถาบันขัด พ.ร.บ.? วอนทบทวนวิธีการตามข้อสังเกต สศช. ยืนยัน “นริศรา” ไม่ได้ดึงเรื่อง
นายสรจักร เกษมสุวรรณ ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยกรณีนายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ออกมาระบุว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้คัดค้านร่างกฎกระทรวงเรื่องการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. …เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่าไม่ควรจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาพร้อมกันทั้ง 19 แห่ง แต่ควรทยอยเปิดตามความพร้อมว่า ยืนยันว่าในการหารือร่วมกับเลขานุการคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 8 ซึ่งเป็นผู้พิจารณาร่างกฎกระทรวงดังกล่าว? คณะกรรมการกฤษฎีกาฯ? คัดค้านแนวทางที่จะรวมสถานศึกษา
อาชีวศึกษาทั้ง 415 แห่ง เป็นสถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่ง แม้จะทยอยจัดตั้งตามความพร้อมก็ตาม เพราะขัดต่อ พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา ที่ต้องการให้จัดการอาชีวศึกษาเป็น 2 รูปแบบ คือ ให้คงสถานศึกษาอาชีวศึกษารูปแบบเดิม กับการรวมสถานศึกษาเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา ที่สำคัญร่างกฎกระทรวงนี้ระบุชัดเจนว่า ให้รวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาตามบัญชีแนบท้ายกฎกระทรวง โดยระบุชื่อสถานศึกษาทั้ง 415 แห่ง
นายสรจักรกล่าวอีกว่า?? ตนเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุดคือต้องหันหน้าเข้าหารือกัน และทบทวนวิธีการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษา?? โดยยึดตามข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ให้ทยอยจัดตั้งตามความพร้อม และยึดตาม พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2552-2559 ตลอดจนตามผลการหารือร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรี รมว.ศึกษาธิการ และ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย ผอ.สำนักงบประมาณ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2553 ที่เห็นว่าทิศทางการพัฒนาการอาชีวศึกษาควรนำไปสู่ความเป็นเลิศในเชิงปฏิบัติ และสนองตอบต่อแนวทางการพัฒนากลุ่มจังหวัด 19 กลุ่ม อาทิ กลุ่มเกษตรกรรม กลุ่มเทคโนโลยี ดังนั้น การผลักดันร่างกฎกระทรวงต้องทำเพื่อสนองต่อการพัฒนาศักยภาพอาชีวศึกษา ไม่ใช่รวมเพราะกฎหมายเขียนไว้ หรือรวมเพื่อเพิ่มตำแหน่งและงบฯ ทั้งนี้ยืนยันว่า น.ส.
นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ ไม่ได้ถ่วงเวลาหรือดึงเรื่อง แต่เข้ามาช่วยผลักดันร่างกฎกระทรวงที่มีปัญหา ตนไม่แน่ใจว่า สอศ. ได้รายงานข้อมูลนี้ต่อบอร์ด กอศ.หรือไม่ เพราะเชื่อว่าถ้าบอร์ดทราบเรื่องอาจจะทบทวนร่างกฎกระทรวงใหม่.
