
เชื่อมีสายสัมพันธ์รับลูก บ.ยักษ์ใหญ่สอย เบสท์ 59 ขอหาทางเยียวยาสมาชิกฯ ตั้ง กก.สอบสวน ยกเครื่อง กม.ขายตรง และ ให้ดีเอสไอหยุดให้สัมภาษณ์…
ที่รัฐสภา วันที่ 21 ม.ค. มีการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไปเป็นนัดแรก ขณะเดียวกันได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมในนามชมรมกลุ่มพลังเครือข่ายขายตรง ประมาณ 200 คน นำโดยนายกาย ไพรินทร์ ประธานชมรมฯ มาชุมนุมที่บริเวณหน้ารัฐสภา เพื่อต่อต้านคำสั่งปิดบริษัท เบสท์ 59 จำกัด หรือ ปูแดง ไคโตซาน ของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อเรียกร้องให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล สคบ.ได้ช่วยเหลือเยียวยาสมาชิกผู้บริสุทธิ์ ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดบริษัทฯ
โดยชมรมกลุ่มพลังเครือข่ายขายตรงได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ว่าสาเหตุที่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะได้รับความทุกข์ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนได้ การสั่งปิดบริษัท เบสท์ 59 จำกัด หรือ ปูแดง ไคโตซาน โดยถูกตั้งข้อหาร้ายแรงเกินกว่าเหตุจาก สคบ.และดีเอสไอ ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ ทั้งที่ไม่มีผู้เสียหายหรือเจ้าทุกข์ ก่อนที่จะมีการสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ส่อถึงการใช้อำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรมกับประชาชนที่ทำมาหากิน นายกรัฐมนตรี รองนายกฯ และรัฐมนตรีที่ดูแล 2 หน่วยงานนี้ ต้องดูแลว่ามีความไม่ชอบมาพากลหรือไม่ เพราะมีข่าวว่ามีบริษัทยักษ์ใหญ่ ได้ร้องเรียนให้ สคบ.มาสอบ ด้วยการลงขันกันเป็นเงินถึง 20 ล้านบาท เพื่อโค่นล้มบริษัทปูแดงที่เป็นของคนไทย ที่กำลังได้รับความนิยมมาก ที่สำคัญกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ยังมีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับคนระดับบิ๊กใน สคบ.ด้วย จึงต้องขอความเป็นธรรม
สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มสมาชิกบริษัทเบสท์ 59 จำกัด ประกอบด้วย 1. รัฐต้องหาทางเยียวยาความทุกข์ยากของประชาชนที่เป็นสมาชิกปูแดงฯ โดยด่วน 2. นายกรัฐมนตรี รองนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่ดูแล 2 หน่วยงานนี้ ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบคดีดังกล่าว ว่ามีความไม่ชอบมาพากลหรือไม่ เจ้าหน้าที่รัฐกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ และให้ตรวจสอบย้อนหลังด้วยว่า ทุกบริษัทที่ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ ก่อนที่ สคบ.จะสั่งเพิกถอนใบอนุญาต มีผู้เสียหายหรือถูกฉ้อโกงมาก่อนหรือไม่ หรือทำไปบนการคาดเดา 3. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อสอบพฤติกรรม เลขาฯ สคบ. ว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปแสวงหาผลประโยชน์กับกลุ่มบริษัทขายตรงยักษ์ใหญ่หรือไม่ 4. ขอให้ยกเครื่องกฎหมายขายตรงทั้งระบบ เพราะปัจจุบันมีการเอื้อประโยชน์กับบริษัทขายตรงยักษ์ใหญ่เกินไป ทำให้รายเล็กรายน้อย หรือบริษัทคนไทยไม่สามารถแข่งขันได้ 5. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องหยุดให้สัมภาษณ์ประกาศหาผู้เสียหายเพื่อสร้างหลักฐานย้อนหลัง เพราะถือเป็นความไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายสาทิตย์ ได้ออกไปรับหนังสือจากตัวแทนชมรมฯ พร้อมกันนี้ได้ขอให้ทางชมรมฯตั้งตัวแทนของกลุ่มจำนวน 5 คน มาเจรจากับทางสคบ.ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เพื่อหามาตรการช่วยเหลือต่อไป.

ผมเทวินทร์ ประสิทธิ์เสริฐ ให้ความคิดเห็นว่า ความจริงแล้ว แผนการตลาดทุกแผนไม่ได้เอื้อให้คนที่ไม่ทำให้มีรายได้มากกว่าคนที่ทำ จะมาก่อนมาหลัง อยู่ที่บุคคลคนนั้นว่าจะทำจริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้นมาก่อนอาจจะมีรายได้น้อยกว่าคนที่มาหลังก็ได้ หรือบางคนอาจจะใช้เฉพาะสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องจำยอมสมัครสมาชิกไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะว่าจะได้สินค้าที่ราคาถูกลง สำหรับตัวบทกฎหมายผมไม่รู้หรอก แต่ดูจากการบริโภคและการใช้สินค้าของผู้บริโภคเป็นหลัก ว่าใช้แล้วดีไหม ถ้าดีเขาก็ใช้ต่อ ถ้าไม่ดีเขาก็เลิกใช้ ให้สำคัญว่าคนจำเป็นต้องกินต้องใช้ ซึ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตเพียงเท่านั้นก็พอ