คลังตั้งมูลนิธิวิจัยนโยบายเศรษฐกิจคลัง ดูแลเงินนอกงบประมาณ

admin on 03 4, 2010

นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์

คลัง เร่งจัดการเงินนอกงบประมาณ 1.89 ล้านล้านบาท เพื่อลดภาระต้นทุนการเงินรัฐบาล โดยตั้งมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เป็นผู้ศึกษาการบริหารจัดการการใช้เงินนอกงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด…

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. น.พ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินนอกงบประมาณ ที่มีอยู่ถึง 1.89 ล้านล้านบาท เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินให้รัฐบาล ทั้งนี้เงินนอกงบประมาณ เป็นเงินที่ไม่ได้ใช้จ่ายตามระบบงบประมาณตามปกติของรัฐบาล แต่เป็นหน่วยงานของรัฐต่างๆ ที่มีอำนาจในการเบิกจ่ายตามวัตถุประสงค์ของกองทุนเงินนอกงบประมาณ ที่ปัจจุบันมี 103 กองทุน เช่น เงินกองทุนทดลองราชการ, เงินบำรุงสถานศึกษา, เงินบำรุงโรงพยาบาล และเงินบริจาค เป็นต้น

กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ในฐานะหน่วยงานที่ควบคุม กำกับดูแล ติดตามประเมินผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ ได้เห็นถึงความสำคัญของเงินนอกงบประมาณนี้ จึงให้มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เป็นผู้ศึกษาการบริหารจัดการการใช้เงินนอกงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ด้าน นายคณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวินัจนโยบายเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า หากสามารถบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ 1.89 ล้านล้านบาท ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ภาครัฐสามารถประหยัดต้นทุนดอกเบี้ยได้ปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยกลไกที่ทางสถาบัน เสนอในการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะให้หน่วยราชการและองค์กรภาครัฐต่างๆ ที่มีเงินนอกงบประมาณอยู่ในความดูแล แทนที่จะนำเงินดังกล่าวไปฝากไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่ฝ่ายไว้ที่ธนาคารกรุงไทยในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ก็ให้โยกเงินดังกล่าวมาใส่ไว้ในเงินคงคลัง โดยที่กระทรวงการคลังยังจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่เจ้าของเงินนอกงบประมาณนั้นเคยได้ เช่น ในอัตรา 0.50% วิธีการนี้ จะไม่ทำให้เจ้าของเงินนอกงบประมาณเสียประโยชน์ เพราะยังได้ดอกเบี้ยเท่าเดิม แต่กระทรวงการคลังจะมีเงินในคงคลังเพิ่มมากขึ้น ทำให้ลดภาระการไปกู้เงินในตลาดเงิน เพื่อชดเชยงบประมาณในอัตรา 4-5% ต่อปี

นอกจากนี้ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารเงินของหน่วยงานที่ดูแลเงินนอกงบประมาณ ก็จะกำหนดกลไกให้มีเงินทุนที่เป็นกองกลางจำนวนหนึ่ง เผื่อไว้สำหรับให้หน่วยราชการและองค์กรของรัฐ สามารถเบิกจ่ายไปใช้ได้อย่างคล่องตัว ซึ่งสอดคล้องกับสภาพของเงินนอกงบประมาณ ที่ต้องการความคล่องตัวในการบริหารงาน เนื่องจากการใช้เงินในงบประมาณ ขาดความคล่องตัวและไม่ยึดหยุ่นตามความต้องการของหน่วยงานนั้นๆ

Leave a Reply