
กระทรวงการคลัง รับหน้าที่ดำเนินการบังคับคดียึดทรัพย์ “ทักษิณ” แต่ต้องหารืออัยการสูงสุด ก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่ เหตุ ป.ป.ช.เป็นผู้อายัดทรัพย์…
วันที่ 25 มี.ค. 2553 นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด ประธานคณะทำงานอัยการรับผิดชอบคดี คตส. กล่าวถึงผลการประชุมร่วมกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กรมบังคับคดี ป.ป.ช. และอัยการ หารือการบังคับคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์ จำนวน 46,373 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นของแผ่นดินว่า การประชุมร่วมเมื่อวันที่ 24 มี.ค.นั้น ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า จะให้กระทรวงการคลัง ดำเนินการติดตามบังคับคดีกับธนาคารพาณิชย์ ตามที่องค์คณะระบุไว้ในคำพิพากษา
นายวัยวุฒิ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ต้องรายงานให้นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด พิจารณาว่าจะมีความเห็นอย่างไร เพราะยังมีข้อกฎหมายที่ต้องทบทวน เพื่อป้องกันเหตุว่าถ้าจะให้กระทรวงการคลังดำเนินการแจ้งบังคับคดีแล้ว หากธนาคารพาณิชย์ ย้อนถามถึงคำสั่งบังคับคดีจะเป็นอย่างไร ทั้งที่เรื่องนี้ ป.ป.ช. เป็นผู้ยึดอายัดทรัพย์ไว้แล้ว หาก ป.ป.ช. จะออกคำสั่ง และเป็นผู้นำบังคับคดีเองน่าจะมีความศักดิ์สิทธิ์กว่า คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะทราบความเห็นของอัยการสูงสุด หากอัยการสูงสุด เห็นตามที่ประชุมร่วม จะทำหนังสือแจ้งให้ประธาน ป.ป.ช. รวมทั้งปลัดกระทรวงการคลังทราบต่อไปและดำเนินการต่อไป ถ้าธนาคารยังไม่ส่งเงินในบัญชีตามคำพิพากษาแล้ว อัยการต้องแถลงให้ศาลฎีกาฯ ทราบ เพื่อให้มีคำสั่งบังคับคดีต่อธนาคารต่อไป
