บีโอไอฟุ้ง223บริษัทจ้างงานเพิ่ม ขยายลงทุน 1.7 แสนล้าน

admin on 03 10, 2010

บีโอไอเผยผลสำรวจการจ้างงาน การผลิตและจำหน่าย พบ 223 บริษัทเดินหน้าเพิ่มการจ้างงานรับกระแสยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และเกษตร รวมมูลค่าเงินลงทุน 177,926 ล้านบาท..

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้สำรวจภาวะการจ้างงาน การผลิตและการจำหน่ายของบริษัทขนาดใหญ่ ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งทำการสำรวจปีละ 2 ครั้ง โดยผลการสำรวจ ณ เดือน ม.ค.พบว่า มีบริษัทตอบแบบสำรวจ 412 บริษัท แต่ละบริษัทมีมูลค่าเงินลงทุนของทุกโครงการรวมกันตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป พบว่า ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า บริษัทที่ได้บีโอไอ ส่วนใหญ่ 223 บริษัทหรือ 54% ของบริษัทที่ตอบแบบสำรวจยืนยันว่าจะเพิ่มการจ้างงาน โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ผลสำรวจเรื่องแผนขยายการลงทุนในปีนี้ พบว่า มี 116 บริษัท มีแผนขยายการลงทุนคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 177,926 ล้านบาท โดยโครงการลงทุนขนาด 200-500 ล้านบาท จะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่หากเป็นโครงการขนาดใหญ่เกิน 1,000 ล้านบาท อยู่ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ กระดาษ พลาสติก กิจการบริการและสาธารณูปโภค

สำหรับอัตราการใช้กำลังการผลิตในปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 58% ในปีที่ผ่านมา เป็น 68% ซึ่งจะเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตในทุกอุตสาหกรรม เพราะมียอดคำสั่งสั่งซื้อเริ่มกลับคืนมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มูลค่าการส่งออกของบริษัทที่ได้รับส่งเสริมในปีนี้ คาดว่าการส่งออกจะขยายตัว 10% หรือคิดเป็นมูลค่า 2.7 ล้านล้านบาท ซึ่งการส่งออกของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งอุตสาหกรรมเกษตรจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนมูลค่าการจำหน่ายในประเทศ คาดว่าทุกอุตสาหกรรมจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 5 หรือ 3.2 ล้านล้านบาท

ส่วนภาวะการส่งเสริมการลงทุนช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ พบว่ามียอดขอรับการส่งเสริมลงทุนมูลค่า 78,800 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาประมาณ 25% เพราะในเดือน ม.ค.ปีที่ผ่านมา มีโครงการขนาดใหญ่ในกิจการผลิตไฟฟ้า 2 โครงการ มูลค่า 81,000 ล้านบาท แต่หากพิจารณาจากจำนวนโครงการที่ยื่นขอบีโอไอเพิ่มขึ้น 60% จาก 125 โครงการเป็น 200 โครงการ เกิดการจ้างงาน 29,647 คน โดยอุตสาหกรรมที่มีผู้สนใจขอรับส่งเสริมลงทุนมากเป็นอันดับ 1 คือ บริการและสาธารณูปโภค มีเงินลงทุน 49,400 ล้านบาท อุตสาหกรรมเกษตร มีมูลค่า 9,900 ล้านบาท อุตสาหกรรมโลหะ เครื่องจักร มีมูลค่า 7,300 ล้านบาท

ทั้งนี้ การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ พบว่าญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่มีการลงทุนในประเทศไทยสูงสุด ทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมี 43 โครงการ คิดเป็น 52% ของโครงการลงทุนจากต่างประเทศ มีมูลค่าการลงทุน 12,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเกือบ 2 เท่า ส่วนใหญ่เป็นโครงการผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ ไดรฟ์, ชิ้นส่วนยานยนต์ ขณะที่ประเทศจีน มีการลงทุนรองลงมา โดยมีมูลค่า 6,238 ล้านบาท คิดเป็น 10% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศทั้งสิ้น โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ลงทุน 6,000 ล้านบาท.

Leave a Reply