<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อ่านข่าว &#187; ข่าวเศรษฐกิจ</title>
	<atom:link href="http://news.2ked.com/category/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://news.2ked.com</link>
	<description>Just another WordPress weblog</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jul 2010 17:41:01 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ทอท.จัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยเกี่ยวกับการบิน</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%97-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%97-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 15:02:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[BE SAFE WE CARE]]></category>
		<category><![CDATA[ทอท.]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[สัปดาห์ความปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%97-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[

เสรีรัตน์ ประสุตานนท์
 
ทอท.จัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการบิน “BE SAFE WE CARE” ระหว่างวันที่ 2-6 สิงหาคม 53 เวลา 08.30-16.30 น. ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&#8230;
 
นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม โดยนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้กำหนดให้ปี 2553 เป็นปีแห่งความปลอดภัย และได้มุ่งหวังให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม รณรงค์ด้านความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ที่ตระหนักถึงความปลอดภัย และเป็นหัวใจของการให้บริการแก่ผู้โดยสาร ตลอดจนผู้ใช้บริการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ภายใต้ความรับผิดชอบของทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ทั้งนี้ การจัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการบิน “BE SAFE WE CARE” ครั้งนี้ จึงเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือร่วมใจระหว่าง ทอท. สายการบิน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/30/100101/hr1667/630.jpg" title="ทอท.จัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยเกี่ยวกับการบิน " /></p>
<p>
<p class="caption">เสรีรัตน์ ประสุตานนท์</p>
<p> </p>
<h3>ทอท.จัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการบิน “BE SAFE WE CARE” ระหว่างวันที่ 2-6 สิงหาคม 53 เวลา 08.30-16.30 น. ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&#8230;</h3>
<p> </p>
<p>นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม โดยนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้กำหนดให้ปี 2553 เป็นปีแห่งความปลอดภัย และได้มุ่งหวังให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม รณรงค์ด้านความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ที่ตระหนักถึงความปลอดภัย และเป็นหัวใจของการให้บริการแก่ผู้โดยสาร ตลอดจนผู้ใช้บริการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ภายใต้ความรับผิดชอบของทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</p>
<p>ทั้งนี้ การจัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการบิน “BE SAFE WE CARE” ครั้งนี้ จึงเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือร่วมใจระหว่าง ทอท. สายการบิน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานราชการที่ปฏิบัติงาน และมีจุดประสงค์ร่วมกันในการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความปลอดภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการบิน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน ผ่านชื่อกิจกรรม BE SAFE ซึ่งหมายถึงความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของการบริการ ในท่าอากาศยาน และ WE CARE คือการใส่ใจในการให้บริการของท่าอากาศยาน ที่เน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ</p>
<p>สำหรับงานสัปดาห์ความปลอดภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการบิน “BE SAFE WE CARE” จะจัดระหว่างวันจันทร์ที่ 2 ถึงวันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม 2553 เวลา 08.30-16.30 น. โดยหน่วยงานต่างๆ จะนำเสนอข้อมูลที่เป็นความรู้ด้านความปลอดภัยด้านการบิน ผ่านการแสดงนิทรรศการ และการสาธิตการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในแขนงต่างๆ </p>
<p>นายเสรีรัตน์ กล่าวปิดท้ายว่า การจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ ณ ท่าอากาศยานแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมใจกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านการบิน ที่ถือเอาความปลอดภัยเป็นมาตรฐาน และเป็นหัวใจของการบริการ ภายใต้กิจกรรมที่มีคุณค่า ในชื่อกิจกรรม BE SAFE ซึ่งหมายถึงความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของการบริการใน<br />ท่าอากาศยาน และ WE CARE คือการใส่ใจในบริการของท่าอากาศยาน ที่เน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%97-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มิ.ย.ส่งออก ท่องเที่ยว ดีดตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 10:21:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความไม่สงบทางการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุระเบิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c/</guid>
		<description><![CDATA[

ส่งออก-ยอดขาย รถยนต์นั่ง พุ่งสูงสุดในประวัติการณ์  ขณะที่ท่องเที่ยวกลับมาดีขึ้นเร็วกว่าที่คาด  ส่งผลดีให้เศรษฐกิจเดือนมิ.ย.ปรับตัวขึ้นแรง ช่วยดันเศรษฐกิจไตรมาส 2  ขยายตัวได้ 8%&#8230;&#8230;
เมื่อวันที่ 30 ก.ค.นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.) กล่าวรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยล่าสุดว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2  ชะลอตัวลงกว่าไตรมาสแรกจากผลกระทบความไม่สงบทางการเมืองในเดือน  เม.ย.และ พ.ค.อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยว  และการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ดีเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้  เนื่องจากความเชื่อมั่นของประชาชน และนักลงทุนดีขึ้นต่อเนื่อง  ทำให้เศรษฐกิจในเดือน มิ.ย.กลับมาเร่งตัวขึ้น ส่งผลให้ในไตรมาสที่ 2  เศรษฐกิจไทยขยายตัวประมาณ 8% อย่างไรก็ตาม  การท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นในขณะนี้ ยังไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะปกติ  เพราะนักท่องเที่ยว ที่เพิ่มขึ้น 138,000 คน ในเดือนมิ.ย.จากเดือนก่อนหน้า  ซึ่งถือว่าลดลงเพียง 0.2% จากระยะเดียวกันของปีก่อนนั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/30/100071/hr1667/630.jpg" title="มิ.ย.ส่งออก-ท่องเที่ยว ดีดตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์" /></p>
<p>
<p><strong>ส่งออก-ยอดขาย รถยนต์นั่ง พุ่งสูงสุดในประวัติการณ์  ขณะที่ท่องเที่ยวกลับมาดีขึ้นเร็วกว่าที่คาด  ส่งผลดีให้เศรษฐกิจเดือนมิ.ย.ปรับตัวขึ้นแรง ช่วยดันเศรษฐกิจไตรมาส 2  ขยายตัวได้ 8%&#8230;&#8230;</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 30 ก.ค.นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.) กล่าวรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยล่าสุดว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2  ชะลอตัวลงกว่าไตรมาสแรกจากผลกระทบความไม่สงบทางการเมืองในเดือน  เม.ย.และ พ.ค.อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยว  และการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ดีเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้  เนื่องจากความเชื่อมั่นของประชาชน และนักลงทุนดีขึ้นต่อเนื่อง  ทำให้เศรษฐกิจในเดือน มิ.ย.กลับมาเร่งตัวขึ้น ส่งผลให้ในไตรมาสที่ 2  เศรษฐกิจไทยขยายตัวประมาณ 8% อย่างไรก็ตาม  การท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นในขณะนี้ ยังไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะปกติ  เพราะนักท่องเที่ยว ที่เพิ่มขึ้น 138,000 คน ในเดือนมิ.ย.จากเดือนก่อนหน้า  ซึ่งถือว่าลดลงเพียง 0.2% จากระยะเดียวกันของปีก่อนนั้น  ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากจีน และเกาหลี ที่กลับมาท่องเที่ยวภาคใต้  แต่ยังมีนักท่องเที่ยวจากประเทศตะวันตกน้อย  ส่งผลให้จำนวนวันท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 2  ของปีนี้ลดลงเหลือ ประมาณ 8 .5 วัน จาก 9.9 วันในไตรมาสก่อนหน้า  และการลดราคาเพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวให้กลับมา  ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคนในไตรมาสที่ 2 ลดลงเหลือ 3,700  บาทต่อคน จาก3,950 บาทต่อคนในไตรมาสก่อนหน้า </p>
<p>&#8220;ขณะนี้ยังไม่พบว่า  เหตุระเบิดที่ราชดำริ และ ซ.รางน้ำ 2 ครั้งที่ผ่านมา  กระทบต่อความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวในระยะต่อไป  เพราะในขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดเพิ่มระดับคำเตือนนักท่องเที่ยวสูงขึ้น  แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการทยอยลดระดับคำเตือนลง และเชื่อว่า  ในช่วงปลายปีเมื่อนักท่องเที่ยวยุโรป และสหรัฐกลับมา  การท่องเที่ยวของไทยจะกลับสู่ภาวะปกติ&#8221;</p>
<p>นายเมธี กล่าวต่อว่า  ความเชื่อมั่นของประชาชนที่ดีขึ้น และความกังวลจากปัจจัยการเมืองลดงง  สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง  โดยในเดือนเม.ย.กลับมาอยู่ที่ 62.6 จากไตรมาสแรกที่อยู่ที่ 65.1  และรายได้ของเกษตรกรที่สูงขึ้นมากในเดือน มิ.ย.เพิ่มขึ้น 50.1%  จากระยะเดียวกันของปีก่อน รวมถึงการว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำ 1.5%  ส่งผลดัชนีการอุปโภคบริโภคในเดือน มิ.ย.กลับมาขยายตัวสูงถึง 8.3%  เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.7% จากเดือนก่อนหน้า  โดยยอดขายรถยนต์นั่งในเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้นถึง 69.3%จากระยะเดียวกันปีก่อน  ซึ่งเป็นปริมาณการขยายรถยนต์นั่งที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ </p>
<p>นายเมธี กล่าวว่า นอกจากนั้น  ในเดือนมิ.ย.ประเทศไทยยังมีการส่งออกที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ด้วย  โดยขยายตัวเพิ่มขึ้น 47.1% ส่งผลให้ครึ่งปีแรกการส่งออกของไทยขยายตัวสูงถึง  37% ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ธุรกิจส่งออกในไตรมาสที่ 3 ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่  61.2 จากประมาณ 70 ในไตรมาสที่ 2  แต่ยังถือว่าเป็นแนวโน้มการส่งออกที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง  และการส่งออกที่ขยายตัวดีต่อเนื่องนี้  เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การลงทุนภาคเอกชนในเดือน มิ.ย.ขยายตัวเพิ่มขึ้น  21.2% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.8% เทียบกับเดือนก่อนหน้า  แสดงให้เห็นว่า  นักลงทุนส่วนหนึ่งยังมีการลงทุนตามแผนที่วางไว้และไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากผลกระทบทางการเมือง โดยหากดูจากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ  ในเดือนมิ.ย.ขยับขึ้นมาเป็น 52.1 จาก 49.9 ในเดือนที่ผ่านมา  โดยปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองทีเคยเป็นความกังวลสูงสุดใน 3  เดือนที่ผ่านมาตกลงมาอยู่ลำดับ 3 โดยการปรับราคาสินค้าในช่วงนี้ทำได้ยาก  กลายเป็นวามกังวลอันดับ 1 ของนักธุรกิจแทน </p>
<p>นายเมธี กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้  การส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวในระดับที่ดี  ส่งผลให้ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิ.ย.กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.3%  จากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 3.9% และมีการใช้กำลังการผลิตที่ 67.8%  เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า  การนำเข้าในเดือนนี้ ขยายตัวเพิ่มขึ้น  38.3% จากระยะเดียวกันของปีก่อน โดย 2  เดือนที่ผ่านมามีการนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก  ดุลการค้าเกินดุลต่อเนื่อง 2,536 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ดุลบริการขาดดุล  1,880 ล้านเหรียญฯ  จากผลตอบแทนการลงทุนของต่างชาติที่นำส่งในช่วงสิ้นงวดกลางปี  ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนมิ.ย.เกินดุลเพียง2,166 ล้านเหรียญฯ การสิ้นสุดของมาตรการลดหย่อนภาษีการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเดือนมิ.ย.ส่งผล ให้สินเชื่อในเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 8.3%  โดยสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 7.4%  ขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจขยายตัวเป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2  โดยขยายตัวเพิ่มขึ้น 1% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 0.2%</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หุ้นสื่อสารแรงดันหุ้นไทยปิดตลาดเพิ่มขึ้น1.24 จุด</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%991-24-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%991-24-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 10:21:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%991-24-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/</guid>
		<description><![CDATA[

ปิดการซื้อ-ขาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดตลาด 855.83 จุด เพิ่มขึ้น 1.24 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 22,321.28 ล้านบาท กลุ่มสื่อสารซื้อ-ขายสูงสุด&#8230;
ดัชนี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันศุกร์ที่  30 ก.ค. 2553 ปิดตลาดที่ระดับ ปิดตลาด  855.83 จุด เพิ่มขึ้น 1.24 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 22,321.28 ล้านบาท หลักทรัพย์เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 238  หลักทรัพย์ ลดลง 113  หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 136 หลักทรัพย์
สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ,   บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ,ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) , [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/30/100077/hr1667/420.jpg" title="หุ้นสื่อสารแรงดันหุ้นไทยปิดตลาดเพิ่มขึ้น1.24 จุด" /></p>
<p>
<p>ปิดการซื้อ-ขาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดตลาด 855.83 จุด เพิ่มขึ้น 1.24 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 22,321.28 ล้านบาท กลุ่มสื่อสารซื้อ-ขายสูงสุด&#8230;</p>
<p>ดัชนี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันศุกร์ที่  30 ก.ค. 2553 ปิดตลาดที่ระดับ ปิดตลาด  855.83 จุด เพิ่มขึ้น 1.24 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 22,321.28 ล้านบาท หลักทรัพย์เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 238  หลักทรัพย์ ลดลง 113  หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 136 หลักทรัพย์</p>
<p>สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ,   บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ,ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) , ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)</p>
<p>ส่วน ตลาดหุ้นภูมิภาค ส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดที่ระดับ 21,029.81 ลดลง 64.01 จุด ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดที่ระดับ 9,537.30 ลดลง 158.72 จุด และ ดัชนีเวทเต็ด ตลาดหุ้นไต้หวัน ปิดตลาดที่ระดับ 7,760.63 ลดลง 38.36 จุด</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%991-24-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปิดตลาดเช้าหุ้นสื่อสารดันหุ้นไทยขึ้น 0.61จุด</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-0-61%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-0-61%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 07:32:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-0-61%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/</guid>
		<description><![CDATA[

ปิดการซื้อ-ขาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงเช้า ปิดตลาด 855.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.61 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 11,599.69 ล้านบาท&#8230;
ดัชนี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันศุกร์ที่ 30 ก.ค. 2553 ปิดตลาดเช้าที่ระดับ 855.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.61 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 11,599.69  ล้านบาท หลักทรัพย์เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 243  หลักทรัพย์ ลดลง 89  หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 128 หลักทรัพย์
สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ,   บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) , ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/30/100044/hr1667/420.jpg" title="ปิดตลาดเช้าหุ้นสื่อสารดันหุ้นไทยขึ้น 0.61จุด" /></p>
<p>
<p>ปิดการซื้อ-ขาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงเช้า ปิดตลาด 855.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.61 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 11,599.69 ล้านบาท&#8230;</p>
<p>ดัชนี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันศุกร์ที่ 30 ก.ค. 2553 ปิดตลาดเช้าที่ระดับ 855.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.61 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 11,599.69  ล้านบาท หลักทรัพย์เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 243  หลักทรัพย์ ลดลง 89  หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 128 หลักทรัพย์</p>
<p>สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ,   บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) , ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ  ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน).</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-0-61%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นักลงทุนแห่ลงทุนตลาดตราสารหนี้</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 23:07:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตราสารหนี้]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธปท.]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดคงค้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[

แบงก์ชาติ เผย ยอดคงค้างตลาดตราสารหนี้ สิ้นเดือนมิ.ย. มี กว่า 5,142,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน ลุ้นเงินไหลเข้าครึ่งปีหลัง พันธบัตรรัฐ พุ่งกว่า 9 แสนล้าน&#8230;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานตัวเลขยอดคงค้างตลาดตราสารหนี้ภาครัฐ สิ้นเดือน มิ.ย. พบว่าในครึ่งปีแรกยังคงมีความคึกคัก รัฐบาล-ธปท.นำทีมออกพันธบัตรต่อเนื่อง ส่งผลให้สิ้นเดือน มิ.ย.มียอดคงค้างพันธบัตรและตราสารหนี้ในตลาดอยู่ที่ 5,142,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนที่มียอดคงค้าง 4,234,787 ล้านบาท ถึง 907,914 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.44% ทั้งนี้ การดูดซับผลจากการเข้าแทรกแซงตลาดเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ทำให้ ธปท.ต้องออกพันธบัตรในปีนี้จำนวนมาก ส่งผลให้มียอดคงค้างเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยสิ้นเดือน มิ.ย.อยู่ที่ 2,066,403 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 618,383 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 42.7% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทยมียอดคงค้างเพิ่มขึ้น 421,754 ล้านบาท หรือ 21.54% โดยสิ้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มียอดคงค้างพันธบัตรรัฐบาล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/30/99946/hr1667/420.jpg" title="นักลงทุนแห่ลงทุนตลาดตราสารหนี้" /></p>
<p>
<p>แบงก์ชาติ เผย ยอดคงค้างตลาดตราสารหนี้ สิ้นเดือนมิ.ย. มี กว่า 5,142,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน ลุ้นเงินไหลเข้าครึ่งปีหลัง พันธบัตรรัฐ พุ่งกว่า 9 แสนล้าน&#8230;</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานตัวเลขยอดคงค้างตลาดตราสารหนี้ภาครัฐ สิ้นเดือน มิ.ย. พบว่าในครึ่งปีแรกยังคงมีความคึกคัก รัฐบาล-ธปท.นำทีมออกพันธบัตรต่อเนื่อง ส่งผลให้สิ้นเดือน มิ.ย.มียอดคงค้างพันธบัตรและตราสารหนี้ในตลาดอยู่ที่ 5,142,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนที่มียอดคงค้าง 4,234,787 ล้านบาท ถึง 907,914 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.44% ทั้งนี้ การดูดซับผลจากการเข้าแทรกแซงตลาดเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ทำให้ ธปท.ต้องออกพันธบัตรในปีนี้จำนวนมาก ส่งผลให้มียอดคงค้างเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยสิ้นเดือน มิ.ย.อยู่ที่ 2,066,403 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 618,383 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 42.7% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทยมียอดคงค้างเพิ่มขึ้น 421,754 ล้านบาท หรือ 21.54% โดยสิ้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มียอดคงค้างพันธบัตรรัฐบาล 2,379,677 ล้านบาท เทียบกับยอดคงค้าง สิ้นเดือน มิ.ย.2552 ที่ 1,957,923 ล้านบาท </p>
<p>อย่างไรก็ตาม พันธบัตรรัฐวิสาหกิจมียอดลดลง โดยสิ้นเดือน มิ.ย.2553 มียอดคงค้าง 355,175 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อน 22,873 ล้านบาท ขณะที่ตั๋วเงินคลังมียอดคงค้าง 187,000 ล้านบาท ลดลง 97,000 ล้านบาท จากระยะเดียวกันของปีก่อน ส่วนพันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มียอดคงค้าง 154,445 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อนที่มียอดคงค้าง 166,794 ล้านบาท ที่ 12,349 ล้านบาท ทั้งนี้ เงินที่เข้าในตลาดพันธบัตรและลงทุนในพันธบัตร ธปท.และรัฐบาลเพิ่มขึ้นนั้น มีทั้งนักลงทุนสถาบันในประเทศ และนักลงทุนต่างประเทศ รวมทั้งเงินของประชาชนส่วนหนึ่งผ่านพันธบัตรออมทรัพย์ของรัฐบาล</p>
<p>นายบัณฑิต นิจถาวร ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังชัดเจนว่าการขยายตัวเศรษฐกิจไทยจะมีต่อเนื่อง ขณะที่ความกังวลทางการเมืองลดลง เห็นได้จากการเข้ามาของเงินทุนในตลาดหุ้นและตลาดตราสารมีมากขึ้น ซึ่ง ธปท.จะจับตามองเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ป่วนกรุงไม่เลิก ท่องเที่ยวไทยทรุด</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 23:06:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กงกฤช หิรัญกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บึมสี่แยกราชประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ประกิต ชินอมรพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมโรงแรมไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%94/</guid>
		<description><![CDATA[

บึมราชประสงค์ ดึงท่องเที่ยวทรุดต่อเนื่อง สมาคมท่องเที่ยวเชื่อ หากเกิดอีกจะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ขณะที่ ส.อ.ท.ระบุ เศรษฐกิจไทยยังเดินหน้าต่อได้ โวคำสั่งซื้อเข้าอื้อ&#8230; 
หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองได้จบสิ้นลงตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.2553 หลายๆ ฝ่ายฝากความหวังไว้กับการฟื้นคืนชีพของเศรษฐกิจไทยรวมถึงการท่องเที่ยว จนมีหลายๆ ฝ่ายออกมาคาดการณ์กันว่าในปลายไตรมาส 3 ต้นไตรมาส 4 ของปี นักท่องเที่ยวจะกลับเข้าประเทศไทยในภาวะปกติ แต่หลังจากหลายๆธุรกิจรอความหวังในช่วงเวลาดังกล่าว กลับเกิดเหตุระเบิดซ้ำขึ้นมาอีกครั้งที่ห้างใหญ่กลางกรุง
นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาท่องเที่ยวมองว่าเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ใช่การก่อการร้ายและไม่น่าจะมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือน เม.ย.หรือ พ.ค.แต่น่าจะเป็นเรื่องของผู้ไม่หวังดี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะมีผลต่อจิตวิทยาของนักท่องเที่ยว แต่ไม่น่าจะมีผลต่อการเพิ่มหรือยกระดับการเตือนภัยของนักท่องเที่ยวในหลายๆ ประเทศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อนักท่องเที่ยวที่จะเข้าประเทศไทยตามประมาณการที่สภาฯ ประมาณไว้ว่าปีนี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวได้ถึง 15.2 ล้านคน
&#8220;ดูแล้วน่าจะเป็นเหตุการณ์ปั่นป่วนเฉยๆ โดยเฉพาะช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้งต่างๆ ก็เป็นเหตุการณ์ที่เป็นปกติเราก็ดูว่าไม่น่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อการร้ายได้ เพราะดูแล้วมันไม่ได้ขยายผลอะไร และทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ออกมาบอกแล้วว่าไม่น่าจะเป็นการก่อการร้าย&#8221;
นายกงกฤช กล่าวต่อว่า สภาท่องเที่ยวไม่ได้ขอรัฐบาลให้เร่งยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่หากยกเลิกเร็วก็จะเป็นการดีเพียงแต่ว่าสภาฯมองว่าปัญหาความไม่ปลอดภัยอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งการเกิดเหตุการณ์ในครั้งแรกสภาฯยังไม่ถือเป็นการก่อการร้ายหรือความขัดแย้งทางการเมืองที่มีต่อเนื่องมา แต่หากมีขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ก็คงขอทบทวนเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะจากการสอบถามผู้ประกอบการยังไม่มีการยกเลิกเดินทาง ซึ่งขณะนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/29/99830/hr1667/630.jpg" title="ป่วนกรุงไม่เลิก! ท่องเที่ยวไทยทรุด " /></p>
<p>
<p>บึมราชประสงค์ ดึงท่องเที่ยวทรุดต่อเนื่อง สมาคมท่องเที่ยวเชื่อ หากเกิดอีกจะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ขณะที่ ส.อ.ท.ระบุ เศรษฐกิจไทยยังเดินหน้าต่อได้ โวคำสั่งซื้อเข้าอื้อ&#8230; </p>
<p>หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองได้จบสิ้นลงตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.2553 หลายๆ ฝ่ายฝากความหวังไว้กับการฟื้นคืนชีพของเศรษฐกิจไทยรวมถึงการท่องเที่ยว จนมีหลายๆ ฝ่ายออกมาคาดการณ์กันว่าในปลายไตรมาส 3 ต้นไตรมาส 4 ของปี นักท่องเที่ยวจะกลับเข้าประเทศไทยในภาวะปกติ แต่หลังจากหลายๆธุรกิจรอความหวังในช่วงเวลาดังกล่าว กลับเกิดเหตุระเบิดซ้ำขึ้นมาอีกครั้งที่ห้างใหญ่กลางกรุง</p>
<p>นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาท่องเที่ยวมองว่าเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ใช่การก่อการร้ายและไม่น่าจะมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือน เม.ย.หรือ พ.ค.แต่น่าจะเป็นเรื่องของผู้ไม่หวังดี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะมีผลต่อจิตวิทยาของนักท่องเที่ยว แต่ไม่น่าจะมีผลต่อการเพิ่มหรือยกระดับการเตือนภัยของนักท่องเที่ยวในหลายๆ ประเทศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อนักท่องเที่ยวที่จะเข้าประเทศไทยตามประมาณการที่สภาฯ ประมาณไว้ว่าปีนี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวได้ถึง 15.2 ล้านคน</p>
<p>&#8220;ดูแล้วน่าจะเป็นเหตุการณ์ปั่นป่วนเฉยๆ โดยเฉพาะช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้งต่างๆ ก็เป็นเหตุการณ์ที่เป็นปกติเราก็ดูว่าไม่น่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อการร้ายได้ เพราะดูแล้วมันไม่ได้ขยายผลอะไร และทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ออกมาบอกแล้วว่าไม่น่าจะเป็นการก่อการร้าย&#8221;</p>
<p>นายกงกฤช กล่าวต่อว่า สภาท่องเที่ยวไม่ได้ขอรัฐบาลให้เร่งยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่หากยกเลิกเร็วก็จะเป็นการดีเพียงแต่ว่าสภาฯมองว่าปัญหาความไม่ปลอดภัยอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งการเกิดเหตุการณ์ในครั้งแรกสภาฯยังไม่ถือเป็นการก่อการร้ายหรือความขัดแย้งทางการเมืองที่มีต่อเนื่องมา แต่หากมีขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ก็คงขอทบทวนเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะจากการสอบถามผู้ประกอบการยังไม่มีการยกเลิกเดินทาง ซึ่งขณะนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินภูเก็ต เพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากช่วงเดียวกันของปี2552 ซึ่งถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีแต่จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก</p>
<p>&#8220;สภาท่องเที่ยวได้มีการชี้แจงต่างประเทศว่าไม่ได้เป็นการก่อการร้ายหรือความขัดแย้งทางการเมืองเหมือนในช่วงเดือน เม.ย.และ พ.ค. ซึ่งเราอยากฝากให้รัฐบาลใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้คุ้มประโยชน์ ควบคุมสถานการณ์ความปลอดภัยให้ได้ ไม่อยากให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นอีก และขอให้ระมัดระวังในพื้นที่ล่อแหลมโดยเฉพาะพื้นที่ๆมีการชุมนุมและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ&#8221;</p>
<p>ด้านนายประกิต ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า อัตราเข้าพักของลูกค้าตามโรงแรมต่างๆ ทั่วไปในช่วง 6 เดือนแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 51-52% เพิ่มขึ้นประมาณ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดจองล่วงหน้าในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ของปีนี้ยังอยู่ในระดับต่ำคือประมาณ 40-50% จากปกติต้องอยู่ประมาณ 65-70% ส่วนหนึ่งอาจเป็นห่วงเรื่องของความปลอดภัยจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยังคงอยู่อีกทั้งยังเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์อีก </p>
<p>&#8220;ยอมรับว่าเมื่อเกิดเหตุดังกล่าว เกรงว่าช่วงครึ่งปีหลังนักท่องเที่ยวจะไม่เดินทางเข้าไทย อย่างที่คาดไว้ จึงต้องการให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่น ทำให้บ้านเมืองกลับมาสงบโดยเร็ว ส่วนสถานการณ์ตลอดทั้งปียังน่าเป็นห่วง ยังประเมินไม่ได้ต้องพิจารณาสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&#8221;</p>
<p>เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในครึ่งปีหลัง สมาคมจะจัดงานท่องเที่ยวไทยระหว่าง 29 ก.ค.-1ส.ค.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยโรงแรมจะให้แพคเกจพิเศษซื้อ 1 แถม 1 ตั้งเป้าเพิ่มอัตราเข้าพักอีก 30-40%</p>
<p>ขณะที่นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากผลสำรวจของ ส.อ.ท. ขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง แต่กว่า 60% มีความเป็นห่วงต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะกระทบในเรื่องของคนที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว แต่หากไม่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีกก็น่าจะฟื้นหรือกู้ชื่อเสียงกลับมาได้ อย่างไรก็ตาม ตนยังยืนยันว่าในไตรมาส 4 เศรษฐกิจจะเริ่มฟ้ืน เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อต่างๆ ค่อนข้างดีและในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมยังมีความเชื่อมั่นอยู่ ซึ่งจากนี้ไปเชื่อว่าหลายๆ ฝ่ายคงติดตามข่าวสารว่าจะมีเหตุการณ์อะไรอีกหรือไม่ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์หรือมีสัญญาณที่เลวร้ายอีก เชื่อว่าการลงทุนระยะกลางและระยะยาวน่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธอส.ใจดีเปิดกรุบ้านมือสองผ่อน 30 ปี</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%98%e0%b8%ad%e0%b8%aa-%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-30-%e0%b8%9b%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%98%e0%b8%ad%e0%b8%aa-%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-30-%e0%b8%9b%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 22:08:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขรรค์ ประจวบเหมาะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธอส.]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[ประมูล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%98%e0%b8%ad%e0%b8%aa-%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-30-%e0%b8%9b%e0%b8%b5/</guid>
		<description><![CDATA[

ธอส. เผย ครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิ  3,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เตรียมจัดประมูลบ้านมือสอง ผ่อนสูงสุดนานถึง 30 ปี&#8230;
นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 53 ว่า ธอส.มีกำไรสุทธิ 3,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,089 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรก ธอส.ได้กันสำรองหนี้สงสัยจะสูญไปแล้ว 3,450 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มียอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 656,498 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.01% โดยครึ่งแรกของปี 53 ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 75,889 บัญชี วงเงิน 49,596 ล้านบาท ขณะที่เงินฝากธนาคารมียอดเงินฝากรวม 581,017 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.81% สินทรัพย์รวม 714,251 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/30/99945/hr1667/420.jpg" title="ธอส.ใจดีเปิดกรุบ้านมือสองผ่อน 30 ปี" /></p>
<p>
<p>ธอส. เผย ครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิ  3,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เตรียมจัดประมูลบ้านมือสอง ผ่อนสูงสุดนานถึง 30 ปี&#8230;</p>
<p>นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 53 ว่า ธอส.มีกำไรสุทธิ 3,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,089 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรก ธอส.ได้กันสำรองหนี้สงสัยจะสูญไปแล้ว 3,450 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มียอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 656,498 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.01% โดยครึ่งแรกของปี 53 ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 75,889 บัญชี วงเงิน 49,596 ล้านบาท ขณะที่เงินฝากธนาคารมียอดเงินฝากรวม 581,017 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.81% สินทรัพย์รวม 714,251 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.76% โดยมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่ไม่รวมหนี้ส่วนขาด 55,487 ล้านบาท คิดเป็น 8.75% ของยอดสินเชื่อรวม</p>
<p>ขณะที่ทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้  (เอ็นพีเอ) คงเหลือ 6,385 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรก ธอส.จำหน่ายทรัพย์เอ็นพีเอได้ 1,159 ล้านบาท และในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ธอส.จะจัดประมูลขายทรัพย์มือสองครั้งที่ 2/53 พร้อมกันทั่วประเทศ มีทรัพย์สินกว่า 3,000 รายการ มอบส่วนลดสูงสุด 30% จูงใจด้วยเงื่อนไขผ่อนดาวน์ ดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน ส่วนอีก 90% ขอสินเชื่อได้เต็มจำนวน ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 30 ปี ซึ่งนับเป็นโอกาสดีๆ สำหรับคนอยากมีบ้านและได้บ้านราคาที่สุดคุ้ม โดยดูทรัพย์ได้ก่อนวันประมูลจริงหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน ธอส. และ <a href="http://www.ghbhomecenter.com" target="_blank" rel="nofollow">www.ghbhomecenter.com</a></p>
<p>นายขรรค์กล่าวต่อว่า จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ พร้อมจะเป็นที่พึ่งให้พี่น้องประชาชน โดย ธอส.มีนโยบายตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ให้นานที่สุด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน และสำหรับคนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้น และ ธอส.ยังมุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาลด้วย.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%98%e0%b8%ad%e0%b8%aa-%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-30-%e0%b8%9b%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บินไทยเอาใจสมาชิกฉลอง 17 ปี</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-17-%e0%b8%9b%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-17-%e0%b8%9b%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 08:00:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การบินไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลองครบรอบ 17 ปี]]></category>
		<category><![CDATA[สมาชิก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-17-%e0%b8%9b%e0%b8%b5/</guid>
		<description><![CDATA[

การบินไทยเปิดงานฉลองครบรอบ 17 ปี “Royal Orchid Plus Anniversary Celebrations Day” มอบข้อเสนอสุดพิเศษให้สมาชิกเต็มที่&#8230;
29 ก.ค. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รายการสะสมไมล์ รอยัล ออร์คิด พลัส เป็นกลยุทธ์หนึ่งทางด้านการตลาดในการรักษาลูกค้าประจำของบริษัทฯ 
โดยสมาชิก รอยัล ออร์คิด พลัส แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ บัตรธรรมดา บัตรเงิน และบัตรทอง สมาชิกสามารถรับไมล์สะสมได้จากการเดินทางกับทุกสายการบินในกลุ่มพันธมิตร สตาร์ อัลไลแอนซ์ ตลอดจนการเข้าพักกับโรงแรมในเครือคู่สัญญา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทรถเช่า และบัตรเครดิตคู่สัญญาต่างๆ 
ทั้งนี้ ไมล์สะสมดังกล่าวสามารถนำไปแลกรางวัลบัตรโดยสาร รางวัลอัพเกรดชั้นโดยสารจากการบินไทย และกลุ่มสายการบินพันธมิตร สตาร์ อัลไลแอนซ์ รางวัลห้องพักโรงแรม และรางวัลพิเศษอื่นๆ เช่น สินค้าจาก THAI SHOP และครัวการบินไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/29/99784/hr1667/420.jpg" title="บินไทยเอาใจสมาชิกฉลอง 17 ปี" /></p>
<p>
<h3>การบินไทยเปิดงานฉลองครบรอบ 17 ปี “Royal Orchid Plus Anniversary Celebrations Day” มอบข้อเสนอสุดพิเศษให้สมาชิกเต็มที่&#8230;</h3>
<p>29 ก.ค. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รายการสะสมไมล์ รอยัล ออร์คิด พลัส เป็นกลยุทธ์หนึ่งทางด้านการตลาดในการรักษาลูกค้าประจำของบริษัทฯ </p>
<p>โดยสมาชิก รอยัล ออร์คิด พลัส แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ บัตรธรรมดา บัตรเงิน และบัตรทอง สมาชิกสามารถรับไมล์สะสมได้จากการเดินทางกับทุกสายการบินในกลุ่มพันธมิตร สตาร์ อัลไลแอนซ์ ตลอดจนการเข้าพักกับโรงแรมในเครือคู่สัญญา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทรถเช่า และบัตรเครดิตคู่สัญญาต่างๆ </p>
<p>ทั้งนี้ ไมล์สะสมดังกล่าวสามารถนำไปแลกรางวัลบัตรโดยสาร รางวัลอัพเกรดชั้นโดยสารจากการบินไทย และกลุ่มสายการบินพันธมิตร สตาร์ อัลไลแอนซ์ รางวัลห้องพักโรงแรม และรางวัลพิเศษอื่นๆ เช่น สินค้าจาก THAI SHOP และครัวการบินไทย นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ สำหรับสมาชิก เช่น สิทธิพิเศษในการสำรองที่นั่ง การเช็คอิน การเพิ่มน้ำหนักกระเป๋า การอัพเกรดชั้นโดยสาร รวมถึงสิทธิในการใช้ห้องรับรองพิเศษของสายการบินไทย และสายการบินในกลุ่มพันธมิตร สตาร์ อัลไลแอนซ์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติทั่วโลกอีกด้วย เพื่อตอบแทนสมาชิก รอยัล ออร์คิด พลัส ในโอกาสครบรอบ 17 ปี บริษัทฯได้มอบส่วนลด 50% เมื่อแลกรางวัลบัตรโดยสารการบินไทยทุกชั้นโดยสาร 2 ใบ ในเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทาง โดยผู้โดยสารสามารถเดินทางได้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2553 </p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอพิเศษอื่นๆ จากบริษัทคู่สัญญาธุรกิจ อาทิ 1. บัตรเครดิต American Express มอบนาฬิกา Longines รุ่น เลส์ กรองด์ คลาสสิค เดอลองจินส์ เพรซอง มูลค่า 20,000 บาท หรือ ปากกาลูกลื่น Montblanc รุ่น StarWalker มูลค่า 12,500 บาท หรือ 15,000 ไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส เมื่อสมัครบัตร Co-brand TG &#8211; Amex </p>
<p>2. บัตรเครดิตเคทีซี มอบแพ็คเก็จที่พัก ดาราเทวี เชียงใหม่ หรือ Six Sense Spa Destination 3 วัน 2 คืน เมื่อสมัครบัตรในงาน และใช้บัตร KTC-ROP หลังได้รับอนุมัติแล้วซื้อแพ็คเก็จของ World Explorer ในงาน โดยผู้มียอดใช้บัตรเครดิตสูงสุดในแต่ละวันในงาน รับแพ็คเก็จ Six Sense Spa Destination 3 วัน 2 คืน ฟรี สามารถซื้อแพ็คเก็จ บัตรโดยสาร 2 ใบในราคาพิเศษ เส้นทางประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และยุโรป พร้อมโรงแรมที่พัก 3 วัน 2 คืน และรถรับส่ง </p>
<p>3. บัตรเครดิตยูโอบี มอบคะแนนสะสมสูงสุด 140,000 คะแนน เพื่อแลกรับไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส สูงสุด 56,000 ไมล์ เมื่อสมัครบัตรในงาน หรือรับไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส สูงสุด 1,000 ไมล์ เมื่อซื้อบัตรโดยสารการบินไทยครบทุก 10,000 บาทต่อเซลส์สลิป ผ่านบัตรเครดิตยูโอบี</p>
<p>4. บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ มอบ First Class Fast Track Voucher ต่อ บัตรโดยสาร 1 ใบ เมื่อสมาชิกแลกรางวัล และจ่ายผ่านบัตร BBL Platinum Leader card</p>
<p>5. บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย มอบกระเป๋าล้อลาก 1 ใบ มูลค่า 2,000 บาทเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกสิกรในงานครบทุก 30,000 บาทขึ้นไป</p>
<p>6. โรงแรมในเครือดุสิตธานี และเครือสตาร์วู้ด มอบแพคเกจที่พักราคาพิเศษสำหรับ รายการสะสมไมล์ รอยัล ออร์คิด พลัส เป็นหนึ่งในรายการสะสมไมล์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในภาคพื้นเอเชีย โดยเน้นรูปแบบของสิทธิประโยชน์และรางวัลที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของสมาชิกแต่ละกลุ่มที่มีความต้องการแตกต่างกันไป อีกทั้งยังพัฒนาการบริการออนไลน์ผ่านทางเว็บไซด์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่สมาชิกอย่างต่อเนื่อง จนได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกกว่า 2.5 ล้านคนทั่วโลก และรอยัล ออร์คิด พลัส ยังได้รับรางวัล Freddy Award ติดต่อกันมาหลายปี</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-17-%e0%b8%9b%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดรับยี่ปั๊วขายน้ำตาล</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 23:48:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ ตปณียางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[สอน.]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5/</guid>
		<description><![CDATA[

โดยจะเปิดให้มาสมัครเพิ่มถึงวันที่ 30 ก.ค.โดยต้องผ่านการตรวจคุณสมบัติ แผนการจำหน่าย เส้นทางขนน้ำตาล และแบงก์การันตี หากยี่ปั๊วรายใดไม่ขนน้ำตาลไปจำหน่ายจะถูกยึดแบงก์การันตี&#8230;
นายประเสริฐ ตปณียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยหลังการประชุม คณะกรรมการบริหารกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการกระจายน้ำตาลโควตา ค ที่ กท.ซื้อคืนจากบริษัทเทรดเดอร์ 743,500 กระสอบ ซึ่ง กท.จะทำสัญญาซื้อน้ำตาลกับบริษัทเทรดเดอร์ 3 ราย คือ บริษัท August Topfer จากประเทศเยอรมนี บริษัท Bunge จากสหรัฐฯ และบริษัท Louis Dreyfus จากสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 29 ก.ค. และจะเริ่มกระจายน้ำตาลในสัปดาห์หน้า โดยน้ำตาลก้อนแรกที่จะกระจายทันที 279,000 กระสอบ จะใช้เวลากระจาย 5 สัปดาห์ ซึ่งจะกระจายน้ำตาลเพิ่ม จากงวดปกติที่มีการจำหน่ายน้ำตาลสัปดาห์ละ 403,000 กระสอบ
&#8220;กท.ต้องการกระจายน้ำตาลให้กว้างที่สุด จากเดิมกำหนดขายน้ำตาลให้ยี่ปั๊ว 16 ราย แต่จะเปิดให้ยี่ปั๊วทั่วประเทศมาสมัครเพิ่มถึงวันที่ 30 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/29/99699/hr1667/420.jpg" title="เปิดรับยี่ปั๊วขายน้ำตาล" /></p>
<p>
<p>โดยจะเปิดให้มาสมัครเพิ่มถึงวันที่ 30 ก.ค.โดยต้องผ่านการตรวจคุณสมบัติ แผนการจำหน่าย เส้นทางขนน้ำตาล และแบงก์การันตี หากยี่ปั๊วรายใดไม่ขนน้ำตาลไปจำหน่ายจะถูกยึดแบงก์การันตี&#8230;</p>
<p>นายประเสริฐ ตปณียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยหลังการประชุม คณะกรรมการบริหารกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการกระจายน้ำตาลโควตา ค ที่ กท.ซื้อคืนจากบริษัทเทรดเดอร์ 743,500 กระสอบ ซึ่ง กท.จะทำสัญญาซื้อน้ำตาลกับบริษัทเทรดเดอร์ 3 ราย คือ บริษัท August Topfer จากประเทศเยอรมนี บริษัท Bunge จากสหรัฐฯ และบริษัท Louis Dreyfus จากสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 29 ก.ค. และจะเริ่มกระจายน้ำตาลในสัปดาห์หน้า โดยน้ำตาลก้อนแรกที่จะกระจายทันที 279,000 กระสอบ จะใช้เวลากระจาย 5 สัปดาห์ ซึ่งจะกระจายน้ำตาลเพิ่ม จากงวดปกติที่มีการจำหน่ายน้ำตาลสัปดาห์ละ 403,000 กระสอบ</p>
<p>&#8220;กท.ต้องการกระจายน้ำตาลให้กว้างที่สุด จากเดิมกำหนดขายน้ำตาลให้ยี่ปั๊ว 16 ราย แต่จะเปิดให้ยี่ปั๊วทั่วประเทศมาสมัครเพิ่มถึงวันที่ 30 ก.ค. ซึ่งยี่ปั๊วจะถูกตรวจสอบคุณสมบัติ และต้องแสดงแผนการจำหน่ายและเส้นทางการขนน้ำตาลมาให้พิจารณา รวมทั้งยี่ปั๊วต้องทำสัญญากับ กท.และต้องมีหนังสือค้ำประกันจากธนาคารในประเทศ หรือแบงก์การันตีมาค้ำประกันวงเงิน 5% ของมูลค่าน้ำตาลที่ขอซื้อจาก กท. และหากยี่ปั๊วรายใดไม่ขนน้ำตาลไปจำหน่ายจะถูกยึดแบงก์การันตี&#8221;</p>
<p>นอกจากนี้ น้ำตาลโควตา ค ที่ซื้อคืนอีก 464,500 กระสอบ จะกระจายผ่านยี่ปั๊วและกระจายน้ำตาลผ่านสมาคมชาวไร่อ้อย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด โดยจะประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบพื้นที่ที่ยังมีน้ำตาลตึงตัวและจะกระจายไปในพื้นที่ดังกล่าว และน้ำตาลที่ กท.จำหน่ายจะมีขนาด 50 กิโลกรัม หากโมเดิร์นเทรดรายใดที่มีความสามารถในการบรรจุน้ำตาลขนาด 1 กิโลกรัม ก็มาขอซื้อน้ำตาลโควตา ค ได้ โดยจะกระจายให้หมดภายในเดือน ต.ค.53 ซึ่งการกระจายน้ำตาลโควตา ค ในครั้งนี้ จะให้เฉพาะผู้บริโภครายย่อย เพื่อแก้ปัญหาน้ำตาลตึงตัวให้กับผู้บริโภค.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตัน ลาออก วางมือโออิชิ ลุยธุรกิจส่วนตัว</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 23:48:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตัน ภาสกรนที]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิกรุ๊ป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[

หลังจากที่ปากแข็งปฏิเสธข่าวการลาออกมาตลอด โดยปฏิเสธความขัดแย้งกับผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น ขอพักผ่อนและกลับไปทำธุรกิจส่วนตัว ยืนยันไม่ขายหุ้นที่มีอยู่&#8230;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวานนี้ นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้โทรศัพท์มาแจ้งนักข่าวทุกสำนักว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แล้ว เมื่อเวลา 16.00 น. พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้งในการ บริหารจัดการแต่อย่างใด และไม่ได้ขายหุ้นที่เหลืออยู่ทั้งหมด 3.5% หรือ 6,562,500 หุ้น ที่ขณะนี้ราคาหุ้นล่าสุดอยู่ที่ 70 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 459.37 ล้านบาท ให้กับนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) แต่อย่างใด และไม่คิดที่จะขาย โดยการลาออกครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 เดือน ก.ย.53 นี้
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีกระแสข่าวการประกาศลาออกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่นายตันก็ยืนยันเสียงแข็งว่ายังไม่คิดที่จะลาออกจากตำแหน่งในเร็วๆนี้ และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องลาออก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/29/99677/hr1667/630.jpg" title=""ตัน" ลาออก วางมือโออิชิ ลุยธุรกิจส่วนตัว" /></p>
<p>
<p>หลังจากที่ปากแข็งปฏิเสธข่าวการลาออกมาตลอด โดยปฏิเสธความขัดแย้งกับผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น ขอพักผ่อนและกลับไปทำธุรกิจส่วนตัว ยืนยันไม่ขายหุ้นที่มีอยู่&#8230;</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวานนี้ นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้โทรศัพท์มาแจ้งนักข่าวทุกสำนักว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แล้ว เมื่อเวลา 16.00 น. พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้งในการ บริหารจัดการแต่อย่างใด และไม่ได้ขายหุ้นที่เหลืออยู่ทั้งหมด 3.5% หรือ 6,562,500 หุ้น ที่ขณะนี้ราคาหุ้นล่าสุดอยู่ที่ 70 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 459.37 ล้านบาท ให้กับนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) แต่อย่างใด และไม่คิดที่จะขาย โดยการลาออกครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 เดือน ก.ย.53 นี้</p>
<p>รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีกระแสข่าวการประกาศลาออกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่นายตันก็ยืนยันเสียงแข็งว่ายังไม่คิดที่จะลาออกจากตำแหน่งในเร็วๆนี้ และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องลาออก เนื่องจากการบริหารธุรกิจก็มีผลกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี จนทำให้ปัจจุบันโออิชิมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 63% ของมูลค่าตลาดรวมชาเขียวกว่า 10,000 ล้านบาท สิ้นปี 53 นี้ ตั้งเป้ามียอดขายทะลุ 8,400 ล้านบาท เติบโต 20% </p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายตันถือเป็นต้นตำรับเจ้าพ่อชาเขียว และเป็นเจ้าพ่อบิ๊กแคมเปญ ล่าสุดเป็นที่ฮือฮากับแคมเปญ &#8220;ไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊งกับโออิชิ ภาค 3 ช็อปล้านเยน&#8221; เป็นปีที่ 3 ซึ่งถือเป็นสุดยอดนักการตลาด และสุดยอดเจ้าความคิดที่แตกต่างและกล้าทุ่มทุน ปลุกกำลังซื้อผู้บริโภค ล่าสุดนายตันได้แจ้งไปยังตลาดหลักทรัพย์ถึงเหตุผล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารคนรุ่นใหม่ได้สืบทอดตำแหน่ง และบอร์ดบริษัทมอบหมายให้กรรมการบริหารทำการสรรหาบุคลากรที่มีความเหมาะสมมาบริหารต่อไป.</p>
<p>นายตัน เผยความรู้สึกกับไทยรัฐออนไลน์ว่า สำหรับการตัดสินใจลาออกครั้งนี้ ไม่ได้มีความขัดแย้งกับนายเจริญ คณะกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้น หรือ ผู้บริหารคนอื่นแต่อย่างใด เพียงแต่อยากพักผ่อน และหันไปทำธุรกิจส่วนตัวทั้งอสังหาริมทรัพย์ และร้านอาหารอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม แม้ตนเองจะลาออกแต่ภรรยายังคงทำงานที่โออิชิ เหมือนเดิม และไม่กระทบกับการบริหารงาน และกิจการในเครือโออิชิ เพราะยังมีคนฝีมือดี และผู้บริหารเก่งๆ อยู่อีกมาก การลาออกครั้งนี้ได้ไปยื่นหนังสือลาออกกับนายเจริญด้วยตัวเอง และใช้เวลาไม่นาน เพราะไม่ได้พูดคุยอะไร</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
