<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อ่านข่าว &#187; กระทรวงพาณิชย์</title>
	<atom:link href="http://news.2ked.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://news.2ked.com</link>
	<description>Just another WordPress weblog</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jul 2010 18:09:21 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>อลงกรณ์อ้อนมะกันหนุนไทยพ้นบัญชี พี ละเมิดลิขสิทธิ์</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 11:35:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพย์สินทางปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[อลงกรณ์ พลบุตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/</guid>
		<description><![CDATA[

อลงกรณ์ พลบุตร
“อลงกรณ์” กล่อมนักธุรกิจมะกันหนุนไทยพ้นบัญชีพีดับบลิวแอล ในการทบทวนสถานะนอกรอบช่วงเดือนต.ค.นี้ พร้อมเชิญร่วมเวที ครีเอทีฟ ฟอรั่ม ถ่ายทอดประสบการณ์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้านไทม์ วอเนอร์ เล็งไทยถ่ายทำหนังฮอลลีวู้ด
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯว่า ได้ขอให้สหรัฐฯสนับสนุนการให้ข้อมูลป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทยต่อผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาทบทวนนอกรอบราวเดือน ต.ค.นี้ ของการจัดสถานะประเทศคู่ค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตามมาตรา 301 พิเศษ กฎหมายการค้า ที่สหรัฐฯเปิดโอกาสให้ไทยประเทศเดียว ในกลุ่มประเทศถูกจับตามมองเป็นพิเศษ (พีดับเบิลยูแอล) สามารถยื่นทบทวนนอกรอบได้ 
&#8220;มีแนวโน้มที่ไทยอาจถูกปลดออกจากบัญชีพีดับเบิลยูแอล และไปอยู่ในบัญชีที่ดีขึ้น เพราะไทยเอาจริงกับการปราบปรามการละเมิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง ที่มีการละเมิดมาก ซึ่งสามารถจับกุมสินค้าละเมิดได้เป็นจำนวนมาก พร้อมกับมีการยกร่าง พ.ร.บ.แอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ ที่เตรียมเสนอให้ ครม. พิจารณาในเร็วๆ นี้&#8221; นายอลงกรณ์ กล่าว 
พร้อมกันนี้ ยังได้เชิญนักธุรกิจสหรัฐฯที่มีประสบการณ์การใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในการ ดำเนินธุรกิจมาร่วมสัมมนาและเป็นผู้ร่วมบรรยายในงาน &#8220;เวิลด์ ครีเอทีฟ ฟอรั่ม&#8221; ปลายเดือน พ.ย.นี้ ที่กรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ประสานความเข้าใจระหว่างกระทรวงสาธารณสุข [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/29/99857/hr1667/630.jpg" title="อลงกรณ์อ้อนมะกันหนุนไทยพ้นบัญชี'พี'ละเมิดลิขสิทธิ์" /></p>
<p>
<p class="caption">อลงกรณ์ พลบุตร</p>
<p>“อลงกรณ์” กล่อมนักธุรกิจมะกันหนุนไทยพ้นบัญชีพีดับบลิวแอล ในการทบทวนสถานะนอกรอบช่วงเดือนต.ค.นี้ พร้อมเชิญร่วมเวที ครีเอทีฟ ฟอรั่ม ถ่ายทอดประสบการณ์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้านไทม์ วอเนอร์ เล็งไทยถ่ายทำหนังฮอลลีวู้ด</p>
<p>เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯว่า ได้ขอให้สหรัฐฯสนับสนุนการให้ข้อมูลป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทยต่อผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาทบทวนนอกรอบราวเดือน ต.ค.นี้ ของการจัดสถานะประเทศคู่ค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตามมาตรา 301 พิเศษ กฎหมายการค้า ที่สหรัฐฯเปิดโอกาสให้ไทยประเทศเดียว ในกลุ่มประเทศถูกจับตามมองเป็นพิเศษ (พีดับเบิลยูแอล) สามารถยื่นทบทวนนอกรอบได้ </p>
<p>&#8220;มีแนวโน้มที่ไทยอาจถูกปลดออกจากบัญชีพีดับเบิลยูแอล และไปอยู่ในบัญชีที่ดีขึ้น เพราะไทยเอาจริงกับการปราบปรามการละเมิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง ที่มีการละเมิดมาก ซึ่งสามารถจับกุมสินค้าละเมิดได้เป็นจำนวนมาก พร้อมกับมีการยกร่าง พ.ร.บ.แอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ ที่เตรียมเสนอให้ ครม. พิจารณาในเร็วๆ นี้&#8221; นายอลงกรณ์ กล่าว </p>
<p>พร้อมกันนี้ ยังได้เชิญนักธุรกิจสหรัฐฯที่มีประสบการณ์การใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในการ ดำเนินธุรกิจมาร่วมสัมมนาและเป็นผู้ร่วมบรรยายในงาน &#8220;เวิลด์ ครีเอทีฟ ฟอรั่ม&#8221; ปลายเดือน พ.ย.นี้ ที่กรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ประสานความเข้าใจระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และภาคธุรกิจยาสหรัฐฯ เพื่อให้พัฒนาภาคธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ ให้เป็นที่ยอมรับตามกรอบการเปิดเสรีทางการค้า นอกจากนี้ สหรัฐฯยังแจ้งว่า บริษัท ไทม์ วอเนอร์ มีโครงการใช้ไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง &#8220;แฮง โอเวอร์&#8221; ทั้งเรื่องในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะสร้างรายได้และเผยแพร่ภาพลักษณ์ประเทศได้เป็นอย่างดี.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พาณิชย์ เล็งรื้อโครงสร้างหมู ไข่ไก่ หลังราคาคลายตัว</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9-%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9-%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 09:19:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการค้าภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาเนื้อหมู]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาไข่ไก่]]></category>
		<category><![CDATA[รื้อโครงสร้างหมู]]></category>
		<category><![CDATA[รื้อโครงสร้างไข่ไก่]]></category>
		<category><![CDATA[วัชรี วิมุกตายน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9-%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[

&#8220;พาณิชย์&#8221; เล็งรื้อ โครงสร้าง หมู ไข่ไก่ ต่อ จ่อกดราคาหมูลง กก.ละ 5 บาท หลังภัยแล้งคลายตัวหมูถูกลง พร้อมลดอาหารสัตว์ตามด้วย&#8230;
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2553 นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงราคาเนื้อหมู ไข่ไก่ และอาหารสัตว์ว่า เร็วๆ นี้ กรมจะเรียกประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนเนื้อหมู ไข่ไก่ และอาหารสัตว์ เพื่อทบทวนโครงสร้างต้นทุนและราคาจำหน่ายเนื้อหมู และไข่ไก่ใหม่ทั้งระบบ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ที่ต้องการดูแลค่าครองชีพให้อยู่ภาวะเหมาะสม หลังจากปัจจุบันสถานการณ์การเลี้ยงไก่ไข่ และ หมูเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับมีมาตรการดูแลจากภาครัฐ ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงลดลง ดังนั้น ราคาสินค้าทั้ง 2 ประเภทจึงน่าลงเท่าเดิม
ทั้งนี้ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเคยขึ้นสูงสุดไปที่ กก.ละ 61-62 บาท และตั้งเป้าหมายจะลดราคาให้เหลือ กก.ละ 58-59 บาท ซึ่งเป็นราคาช่วงต้นปีก่อนเกิดปัญหาภัยแล้ง จะส่งผลให้ราคาเนื้อหมูชำแหละขายปลีกลดลงอีก กก.ละ 5 บาท จากปัจจุบันที่หมูเนื้อแดงอยู่ที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/28/99599/hr1667/630.jpg" title=""พาณิชย์" เล็งรื้อโครงสร้างหมู-ไข่ไก่ หลังราคาคลายตัว" /></p>
<p>
<p>&#8220;พาณิชย์&#8221; เล็งรื้อ โครงสร้าง หมู ไข่ไก่ ต่อ จ่อกดราคาหมูลง กก.ละ 5 บาท หลังภัยแล้งคลายตัวหมูถูกลง พร้อมลดอาหารสัตว์ตามด้วย&#8230;</p>
<p>เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2553 นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงราคาเนื้อหมู ไข่ไก่ และอาหารสัตว์ว่า เร็วๆ นี้ กรมจะเรียกประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนเนื้อหมู ไข่ไก่ และอาหารสัตว์ เพื่อทบทวนโครงสร้างต้นทุนและราคาจำหน่ายเนื้อหมู และไข่ไก่ใหม่ทั้งระบบ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ที่ต้องการดูแลค่าครองชีพให้อยู่ภาวะเหมาะสม หลังจากปัจจุบันสถานการณ์การเลี้ยงไก่ไข่ และ หมูเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับมีมาตรการดูแลจากภาครัฐ ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงลดลง ดังนั้น ราคาสินค้าทั้ง 2 ประเภทจึงน่าลงเท่าเดิม</p>
<p>ทั้งนี้ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเคยขึ้นสูงสุดไปที่ กก.ละ 61-62 บาท และตั้งเป้าหมายจะลดราคาให้เหลือ กก.ละ 58-59 บาท ซึ่งเป็นราคาช่วงต้นปีก่อนเกิดปัญหาภัยแล้ง จะส่งผลให้ราคาเนื้อหมูชำแหละขายปลีกลดลงอีก กก.ละ 5 บาท จากปัจจุบันที่หมูเนื้อแดงอยู่ที่ กก.ละ 115-120 บาท และเนื้อสัน กก.ละ 120-130 บาท ขณะเดียวกันจะทบทวนสูตรการคิดราคาขายปลีกเนื้อหมู โดยให้หมูเป็นปรับลดกก.ละ 1 บาท ราคาขายปลีกตามตลาดสดต้องลดตาม จากปัจจุบันที่หมูเนื้อเป็นต้องลด 3 บาท ราคาขายปลีกถึงลดตามกก.ละ 5 บาท นอกจากนี้ จะเชิญประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาอาหารสัตว์ เพื่อพิจารณาราคาอาหารสัตว์ใหม่ เพราะต้นทุนอาหารสัตว์หลายชนิดปรับราคาลง เช่น กากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง 5% เพื่อเป็นการช่วยดูแลต้นทุนการเลี้ยงแก่ผู้เลี้ยงหมู และไก่ไข่อีกทาง</p>
<p>นางวัชรี กล่าวต่อว่า ในเร็วๆ นี้ จะเชิญร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และเดอะมอลล์ เข้ามาหารืออีกครั้ง เพื่อขอความร่วมมือให้ปรับลดราคาอาหารสำเร็จรูปเริ่มต้นที่จานละ 25 บาท หลังจากที่ผ่านมามีผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามามาก ว่าอาหารสำเร็จรูปในศูนย์อาหาร (ฟูดคอร์ด)ทั้ง 2 แห่ง ยังมีราคาสูงไม่ได้ลดลงเหลือ 25 บาทจริง ส่วนอาหารสำเร็จรูปในร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ (โมเดิร์น เทรด) เทสโก โลตัส คาร์ฟูร์ บิ๊กซี ต่างให้ความร่วมมือจัดเมนูธงฟ้าราคา 25 บาท ครบทั้งประเทศแล้ว</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9-%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธพว.ไฟเขียวเงินกู้โลจิสติกส์ 765 ล้านเสริมสภาพคล่อง</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%98%e0%b8%9e%e0%b8%a7-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c-765-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%98%e0%b8%9e%e0%b8%a7-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c-765-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Jul 2010 08:58:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[อลงกรณ์ พลบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%98%e0%b8%9e%e0%b8%a7-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c-765-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[

นายอลงกรณ์ พลบุตร
ธพว.ไฟเขียวสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจโลจิสติกส์แล้ว 257 ราย วงเงิน 765 ล้านบาท &#8220;อลงกรณ์&#8221; เร่งรัดผู้ประกอบการเร่งขอกู้เสริมสภาพคล่อง ก่อนโครงการสิ้นสุด 30 ธ.ค.นี้ 
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจโลจิสติกส์ภายใต้โครงการ ช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทยวงเงิน 3,000 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 19 ม.ค.-30 มิ.ย.53 ว่า ขณะนี้ มีผู้ประกอบการด้านโลจสติกส์ยื่นขอกู้กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) แล้ว 383 ราย วงเงิน 1,208.98 ล้านบาท และ ธพว.ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 257 ราย วงเงิน 765.85 ล้านบาท ซึ่งยังเหลือวงเงินอีกมาก ผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายใดต้องการกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง สามารถติดต่อขอกู้ได้ โดยยังมีระยะเวลาการยื่นคำขอกู้จนถึงวันที่ 30 ธ.ค.53 
สำหรับสินเชื่อโลจิสติกส์ เป็นการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา แม้ขณะนี้เศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง และปรับปรุงธุรกิจอยู่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/22/98229/hr1667/420.jpg" title="ธพว.ไฟเขียวเงินกู้โลจิสติกส์ 765 ล้านเสริมสภาพคล่อง" /></p>
<p>
<p><span class="caption">นายอลงกรณ์ พลบุตร</span></p>
<p>ธพว.ไฟเขียวสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจโลจิสติกส์แล้ว 257 ราย วงเงิน 765 ล้านบาท &#8220;อลงกรณ์&#8221; เร่งรัดผู้ประกอบการเร่งขอกู้เสริมสภาพคล่อง ก่อนโครงการสิ้นสุด 30 ธ.ค.นี้ </p>
<p>เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจโลจิสติกส์ภายใต้โครงการ ช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทยวงเงิน 3,000 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 19 ม.ค.-30 มิ.ย.53 ว่า ขณะนี้ มีผู้ประกอบการด้านโลจสติกส์ยื่นขอกู้กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) แล้ว 383 ราย วงเงิน 1,208.98 ล้านบาท และ ธพว.ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 257 ราย วงเงิน 765.85 ล้านบาท ซึ่งยังเหลือวงเงินอีกมาก ผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายใดต้องการกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง สามารถติดต่อขอกู้ได้ โดยยังมีระยะเวลาการยื่นคำขอกู้จนถึงวันที่ 30 ธ.ค.53 </p>
<p>สำหรับสินเชื่อโลจิสติกส์ เป็นการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา แม้ขณะนี้เศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง และปรับปรุงธุรกิจอยู่ ขณะเดียวกัน ต้องเตรียมความพร้อมในการปรับตัวรองรับการเปิดเสรีที่จะมีขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการเปิดเสรีภาคบริการโลจิสติกส์ในกรอบของอาเซียนที่จะมีขึ้นในปี 2556 </p>
<p>นายอลงกรณ์ กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือธุรกิจโลจิสติกส์ดังกล่าว ครม.ได้มีมติอนุมัติความช่วยเหลือเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.52 ให้ธพว. สนับสนุนสินเชื่อ ในวงเงินรวม 3,000 ล้านบาท วงเงินต่อรายไม่เกิน 5 ล้านบาท ระยะเวลาปลอดชำระคืนเงินต้น 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ ลบ 3% ต่อปี ในปีที่ 1-2 และตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไปคิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ต่อปี สิ้นสุดรับคำขอกู้วันที่ 30 ธ.ค.25 หรือจนกว่าจะหมดวงเงินสินเชื่อรวม.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%98%e0%b8%9e%e0%b8%a7-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c-765-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พาณิชย์คุมเข้ม ชุดสังฆทาน พบไร้มาตรฐาน</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Jul 2010 08:32:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการค้าภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดสังฆทาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัชรี วิมุกตายน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[

“พาณิชย์” จับมือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดมาตรฐานชุดสังฆทาน-ไทยธรรม หลังประชาชนร้องเรียนอื้อ สินค้าไร้มาตรฐาน สั่งร้านค้า ห้างค้าปลีก ปิดป้ายแสดงราคา-ปริมาณถี่ยิบ เตือนเอาเปรียบสั่งปรับทันที&#8230;
เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2553 นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่ประชาชนร้องเรียนเรื่องชุดสังฆทาน และชุดไทยธรรมไม่ได้มาตรฐานว่า กรมได้ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดมาตรฐานในการจัดและจำหน่ายชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม คือ ถ้าเป็นสินค้ากลุ่มของใช้และอาหารให้แยกออกจากกันเป็นคนละชุด เนื่องจากสินค้าของใช้ เช่น ผงซักฟอก สบู่ น้ำยาทำความสะอาด มีสารที่มีกลิ่นและอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น ชุดของใช้ ควรประกอบด้วย ครีมอาบน้ำหรือ สบู่ ยาสีฟัน-แปรงสีฟัน แชมพูสระผม น้ำยาบ้วนปาก มีดโกนสำหรับปรงผม-โกนหนวด กระดาษชำระ น้ำยาซักผ้า ผ้าอาบน้ำหรือผ้าเช็ดตัว ร่มพับ ส่วนรายการอาหารประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำปลา น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว น้ำดื่ม เป็นต้น 
สำหรับ ผ้าที่พระสงฆ์ใช้ ควรเป็นผ้าเนื้อโทเร มัสลิน ป่านซิล และ ผ้าย้อมสีลูกท้อ โดยมีขนาดของผ้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/19/97438/hr1667/420.jpg" title="พาณิชย์คุมเข้ม ชุดสังฆทาน พบไร้มาตรฐาน" /></p>
<p>
<p>“พาณิชย์” จับมือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดมาตรฐานชุดสังฆทาน-ไทยธรรม หลังประชาชนร้องเรียนอื้อ สินค้าไร้มาตรฐาน สั่งร้านค้า ห้างค้าปลีก ปิดป้ายแสดงราคา-ปริมาณถี่ยิบ เตือนเอาเปรียบสั่งปรับทันที&#8230;</p>
<p>เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2553 นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่ประชาชนร้องเรียนเรื่องชุดสังฆทาน และชุดไทยธรรมไม่ได้มาตรฐานว่า กรมได้ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดมาตรฐานในการจัดและจำหน่ายชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม คือ ถ้าเป็นสินค้ากลุ่มของใช้และอาหารให้แยกออกจากกันเป็นคนละชุด เนื่องจากสินค้าของใช้ เช่น ผงซักฟอก สบู่ น้ำยาทำความสะอาด มีสารที่มีกลิ่นและอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น ชุดของใช้ ควรประกอบด้วย ครีมอาบน้ำหรือ สบู่ ยาสีฟัน-แปรงสีฟัน แชมพูสระผม น้ำยาบ้วนปาก มีดโกนสำหรับปรงผม-โกนหนวด กระดาษชำระ น้ำยาซักผ้า ผ้าอาบน้ำหรือผ้าเช็ดตัว ร่มพับ ส่วนรายการอาหารประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำปลา น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว น้ำดื่ม เป็นต้น </p>
<p>สำหรับ ผ้าที่พระสงฆ์ใช้ ควรเป็นผ้าเนื้อโทเร มัสลิน ป่านซิล และ ผ้าย้อมสีลูกท้อ โดยมีขนาดของผ้า ดังนี้ ผ้าอาบน้ำฝน ควรมีขนาดเท่ากับขนาดของผ้าขาวม้าที่ใช้ในการอาบน้ำของผู้ชาย ซึ่งมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 80 ซ.ม. และความยาวไม่ต่ำกว่า 180 ซ.ม. ผ้าจีวร ควรมีขนาดความกว้าง 180-200 ซ.ม. และความยาว 260-300 ซ.ม. ผ้าสบง ควรมีขนาดความกว้าง 80-100 ซ.ม. และความยาว 200-230 ซ.ม.</p>
<p>“ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา มักจะได้รับการร้องเรียนว่ามีผู้ประกอบการบางรายนำสินค้าที่มีปริมาณไม่ครบถ้วนมาบรรจุในชุดสังฆทาน และชุดไทยธรรมเป็นประจำ ดังนั้น ในปีนี้กรมจะดูแลการจำหน่ายชุดสังฆทาน และชุดไทยธรรมของร้านค้า และห้างค้าปลีก โดยต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้า พร้อมทั้งแสดงรายการสินค้า ขนาดน้ำหนักต่อหน่วย ปริมาณการบรรจุ และราคาสินค้าแต่ละรายการที่บรรจุในชุดสังฆทาน เพื่อให้ประชาชนเปรียบเทียบตัดสินใจก่อนซื้อ ขณะเดียวกัน จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบด้วย หากพบไม่มีการปิดป้ายราคา จะมีโทษปรับ 10,000 บาท แต่ถ้ามีสินค้าไม่ครบตามจำนวนที่ระบุไว้ จะมีโทษปรับ 20,000 บาท จำคุก 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ” นางวัชรี กล่าว</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชงกม.แอบถ่าย ในโรงหนัง คุก4ปีปรับ8แสน</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a1-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%814%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a8%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a1-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%814%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a8%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jul 2010 10:36:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมทรัพย์สินทางปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.แอบถ่ายในโรงภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[อลงกรณ์ พลบุตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a1-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%814%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a8%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[

นายอลงกรณ์ พลบุตร
&#8220;พาณิชย์&#8221; เผยชง ครม.สัปดาห์หน้า เห็นชอบกฎหมายเอาผิดพวกแอบถ่ายในโรงหนัง ก่อนเสนอเข้าสภาฯ คาดมีผลบังคับใช้ทันปีนี้ เพื่อแก้ปัญหาละเมิดสิทธิ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ที่แต่ละปีมีความเสียหายกว่า 7.2 พันล้านบาท&#8230;
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2553 นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกร่าง พ.ร.บ.แอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ พ.ศ. &#8230; ว่า ขณะนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ยกร่างเสร็จแล้ว และ ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานแล้ว โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า หากผ่านความเห็นชอบจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาในสมัยที่จะถึง หรือในเดือน ส.ค.นี้ และเข้าสู่กระบวนการออกเป็นกฎหมายต่อไป คาดจะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ 
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าการยกร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการเพราะสหรัฐฯกดดัน และไม่ได้หวังจะให้สหรัฐฯปลดไทยออกจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ด้านทรัพย์สินทางปัญญา (พีดับบลิวแอล) แต่เพื่อต้องการแก้ปัญหาการละเมิดในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ที่แต่ละปีมีความเสียหายสูงถึง 7,252 ล้านบาท และหากกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว คาดว่าจะทำให้มีการสร้างหนังไทยเพิ่มขึ้นขึ้น 14 เรื่องต่อปี คิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นตลอดห่วงโซ่การผลิตไม่ต่ำกว่า 2,443 ล้านบาท และมีการจ้างงานเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 4,900 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/16/96760/hr1667/630.jpg" title="ชงกม.แอบถ่าย ในโรงหนัง คุก4ปีปรับ8แสน " /></p>
<p>
<p><span class="caption">นายอลงกรณ์ พลบุตร</span></p>
<p>&#8220;พาณิชย์&#8221; เผยชง ครม.สัปดาห์หน้า เห็นชอบกฎหมายเอาผิดพวกแอบถ่ายในโรงหนัง ก่อนเสนอเข้าสภาฯ คาดมีผลบังคับใช้ทันปีนี้ เพื่อแก้ปัญหาละเมิดสิทธิ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ที่แต่ละปีมีความเสียหายกว่า 7.2 พันล้านบาท&#8230;</p>
<p>เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2553 นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกร่าง พ.ร.บ.แอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ พ.ศ. &#8230; ว่า ขณะนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ยกร่างเสร็จแล้ว และ ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานแล้ว โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า หากผ่านความเห็นชอบจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาในสมัยที่จะถึง หรือในเดือน ส.ค.นี้ และเข้าสู่กระบวนการออกเป็นกฎหมายต่อไป คาดจะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ </p>
<p>นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าการยกร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการเพราะสหรัฐฯกดดัน และไม่ได้หวังจะให้สหรัฐฯปลดไทยออกจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ด้านทรัพย์สินทางปัญญา (พีดับบลิวแอล) แต่เพื่อต้องการแก้ปัญหาการละเมิดในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ที่แต่ละปีมีความเสียหายสูงถึง 7,252 ล้านบาท และหากกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว คาดว่าจะทำให้มีการสร้างหนังไทยเพิ่มขึ้นขึ้น 14 เรื่องต่อปี คิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นตลอดห่วงโซ่การผลิตไม่ต่ำกว่า 2,443 ล้านบาท และมีการจ้างงานเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 4,900 งาน</p>
<p>สำหรับสาระสำคัญกำหนดว่า ผู้ใดบันทึกภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์โดยมิชอบ ให้ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายนี้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่า การกระทำดังกล่าวจะขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของสิทธิ์ หรือกระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของสิทธิ์เกินสมควรหรือไม่ หากผู้ใดฝ่าฝืน จะมีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท แต่หากกระทำร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากผู้ใดบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือใช้บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีจะมีโทษเป็น 2 เท่า เป็นต้น </p>
<p>นายอลงกรณ์ ยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วานนี้ (16ก.ค.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์โลก วันที่ 20-30 พ.ย.53 โดยงานดังกล่าวแบ่งการจัดงานเป็น 4 กิจกรรมคือ การประชุมเศรษฐกิจสร้างสรรค์โลก วันที่ 28-30 พ.ย.53 งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ วันที่ 20-30 พ.ย.53 งานเทศกาลออกแบบบางกอก 2553 วันที่ 20-30 พ.ย.53 และงานเทศกาลเคเบิลทีวี วันที่ 27-28 พ.ย.53 โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 195 ล้านบาท.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a1-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%814%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a8%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาเซียนจี้อินเดียเปิดตลาดบริการ การลงทุน</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2010 11:13:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[อัญชนา วิทยาธรรมธัช]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[เขตการค้าเสรี]]></category>
		<category><![CDATA[เอฟทีเอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[

อัญชนา วิทยาธรรมธัช
อาเซียน จี้อินเดียเปิดตลาดบริการ การลงทุน หลังเปิดตลาดสินค้าไปแล้ว พร้อมเดินหน้าคลอดเกณฑ์แหล่งกำเนิดสินค้าเฉพาะรายการ หวังสินค้าไทยตีตลาดเมืองแขกมากขึ้น
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นางอัญชนา วิทยาธรรมธัช รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยในการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-อินเดีย ว่า ระหว่างวันที่ 12-16 ก.ค.นี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้าอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 27 ที่กรุงเทพฯ โดยประเด็นสำคัญที่จะหารือกันคือ การเปิดตลาดบริการ การลงทุน และกฎแหล่งกำเนิดสินค้าเฉพาะรายการ โดยในประเด็นการเปิดเสรีการค้าบริการและการลงทุนนั้น อาเซียนจะเจรจาเพื่อหาข้อสรุปรูปแบบการเปิดตลาดบริการและการลงทุน และกติกาที่ใช้รองรับการเปิดตลาด เช่น คุณสมบัติของธุรกิจและคนที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดตลาด มาตรการปกป้องคุ้มครองการอำนวยความสะดวกในการลงทุนและนักลงทุน การส่งเงินทุนและผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนกลับประเทศได้
ส่วนประเด็นการจัดทำกฎแหล่งกำเนิดสินค้าเฉพาะรายการสินค้านั้น เป็นประเด็นสำคัญที่ไทยต้องการผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ โดยอาเซียนเห็นตรงกันว่าเกณฑ์ดังกล่าวจะต้องง่ายกว่าเกณฑ์ที่กำหนดให้ใช้วัตถุดิบจากอาเซียน และอินเดีย 35% ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกโดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเออาเซียน-อินเดีย ซึ่งเป็นเกณฑ์ทั่วไปที่ใช้อยู่ในการเปิดเสรีการค้าอาเซียน-อินเดีย และพร้อมที่จะยื่นรายการกฎแหล่งกำเนิดสินค้าเฉพาะให้อินเดียพิจารณากว่า 100 รายการ ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยมีศักยภาพในการส่งออกมากขึ้น เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ ของทำด้วยไม้ ไม้อัด โทรทัศน์สี ไมโครเวฟ คอมเพรสเซอร์แอร์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น และมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มมากกว่า 10,000 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/15/96503/hr1667/420.jpg" title="อาเซียนจี้อินเดียเปิดตลาดบริการ-การลงทุน" /></p>
<p>
<p><span class="emphasize">อัญชนา วิทยาธรรมธัช</span></p>
<p>อาเซียน จี้อินเดียเปิดตลาดบริการ การลงทุน หลังเปิดตลาดสินค้าไปแล้ว พร้อมเดินหน้าคลอดเกณฑ์แหล่งกำเนิดสินค้าเฉพาะรายการ หวังสินค้าไทยตีตลาดเมืองแขกมากขึ้น</p>
<p>เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นางอัญชนา วิทยาธรรมธัช รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยในการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-อินเดีย ว่า ระหว่างวันที่ 12-16 ก.ค.นี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้าอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 27 ที่กรุงเทพฯ โดยประเด็นสำคัญที่จะหารือกันคือ การเปิดตลาดบริการ การลงทุน และกฎแหล่งกำเนิดสินค้าเฉพาะรายการ โดยในประเด็นการเปิดเสรีการค้าบริการและการลงทุนนั้น อาเซียนจะเจรจาเพื่อหาข้อสรุปรูปแบบการเปิดตลาดบริการและการลงทุน และกติกาที่ใช้รองรับการเปิดตลาด เช่น คุณสมบัติของธุรกิจและคนที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดตลาด มาตรการปกป้องคุ้มครองการอำนวยความสะดวกในการลงทุนและนักลงทุน การส่งเงินทุนและผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนกลับประเทศได้</p>
<p>ส่วนประเด็นการจัดทำกฎแหล่งกำเนิดสินค้าเฉพาะรายการสินค้านั้น เป็นประเด็นสำคัญที่ไทยต้องการผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ โดยอาเซียนเห็นตรงกันว่าเกณฑ์ดังกล่าวจะต้องง่ายกว่าเกณฑ์ที่กำหนดให้ใช้วัตถุดิบจากอาเซียน และอินเดีย 35% ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกโดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเออาเซียน-อินเดีย ซึ่งเป็นเกณฑ์ทั่วไปที่ใช้อยู่ในการเปิดเสรีการค้าอาเซียน-อินเดีย และพร้อมที่จะยื่นรายการกฎแหล่งกำเนิดสินค้าเฉพาะให้อินเดียพิจารณากว่า 100 รายการ ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยมีศักยภาพในการส่งออกมากขึ้น เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ ของทำด้วยไม้ ไม้อัด โทรทัศน์สี ไมโครเวฟ คอมเพรสเซอร์แอร์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น และมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มมากกว่า 10,000 ล้านบาท ตั้งเป้าว่าจะจัดทำกฎเฉพาะสินค้า กลุ่มแรกให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พาณิชย์ ยืดอายุไข่ธงฟ้าถึงสิ้นเดือนก.ค.</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81-%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81-%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2010 10:17:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการค้าภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[วัชรี วิมุกตายน]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่ธงฟ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81-%e0%b8%84/</guid>
		<description><![CDATA[

วัชรี วิมุกตายน
&#8220;พาณิชย์&#8221; ต่ออายุไข่ธงฟ้าราคาถูกถึงสิ้นเดือนก.ค.นี้ หลังสิ้นสุด 16 ก.ค. ขนไข่ไก่ 5 แสนฟอง ขายราคาถูกผ่านห้างลดค่าครองชีพประชาชน พร้อมลุยจัดระเบียบน้ำดื่ม หลังโขกราคาฟันกำไรยับ
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการจัดโครงการจำหน่ายไข่ไก่ธงฟ้าราคาประหยัดว่า กรมได้ขยายการจัดโครงการนี้ออกไปถึงวันที่ 31 ก.ค.53 จากเดิมที่โครงการสิ้นสุดวันที่ 16 ก.ค.53 โดยนำไข่ไก่วันละ 500,000 ฟอง จำหน่ายแก่ประชาชนราคาพิเศษ เพื่อบรรเทาปัญหาไข่ไก่ราคาแพง ตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล ได้แก่ แม็คโคร, บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส, คาร์ฟูร์ และท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ตรวม 130 สาขา ส่วนในต่างจังหวัด สำนักงานการค้าภายในจังหวัด ได้จัดสถานที่จำหน่ายไข่ไก่ธงฟ้าไว้อีก 500,000-600,000 ฟอง ในราคาไข่ไก่เบอร์ 2 ฟองละ 2.90 บาท เบอร์ 3 ฟองละ 2.80 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/15/96498/hr1667/420.jpg" title=""พาณิชย์" ยืดอายุไข่ธงฟ้าถึงสิ้นเดือนก.ค." /></p>
<p>
<p><span class="emphasize">วัชรี วิมุกตายน</span></p>
<p>&#8220;พาณิชย์&#8221; ต่ออายุไข่ธงฟ้าราคาถูกถึงสิ้นเดือนก.ค.นี้ หลังสิ้นสุด 16 ก.ค. ขนไข่ไก่ 5 แสนฟอง ขายราคาถูกผ่านห้างลดค่าครองชีพประชาชน พร้อมลุยจัดระเบียบน้ำดื่ม หลังโขกราคาฟันกำไรยับ</p>
<p>เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการจัดโครงการจำหน่ายไข่ไก่ธงฟ้าราคาประหยัดว่า กรมได้ขยายการจัดโครงการนี้ออกไปถึงวันที่ 31 ก.ค.53 จากเดิมที่โครงการสิ้นสุดวันที่ 16 ก.ค.53 โดยนำไข่ไก่วันละ 500,000 ฟอง จำหน่ายแก่ประชาชนราคาพิเศษ เพื่อบรรเทาปัญหาไข่ไก่ราคาแพง ตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล ได้แก่ แม็คโคร, บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส, คาร์ฟูร์ และท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ตรวม 130 สาขา ส่วนในต่างจังหวัด สำนักงานการค้าภายในจังหวัด ได้จัดสถานที่จำหน่ายไข่ไก่ธงฟ้าไว้อีก 500,000-600,000 ฟอง ในราคาไข่ไก่เบอร์ 2 ฟองละ 2.90 บาท เบอร์ 3 ฟองละ 2.80 บาท และเบอร์ 4 ฟองละ 2.70 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาตามท้องตลาด </p>
<p>ส่วนในวันที่ 16 ก.ค.นี้ จะเชิญผู้ผลิต และผู้ประกอบการน้ำดื่มบรรจุขวด มาหารือเพื่อกำหนดแนวทางดูแลการขายน้ำดื่มให้เป็นธรรม เพราะที่ผ่านมากรมไม่ได้เข้าไปควบคุม และได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่าเกิดปัญหาน้ำขวดราคาแพง โดยเบื้องต้นจะให้ผู้ผลิตแจ้งต้นทุนการผลิต ทั้งค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง และค่าน้ำดื่ม เพื่อนำมาพิจารณากำหนดราคาแนะนำ รวมถึงปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81-%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พาณิชย์ เผย การเมืองนิ่ง เศรษฐกิจฟื้น คนแห่จดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่อื้อ</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Jul 2010 09:43:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทจดทะเบียน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[อลงกรณ์ พลบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad/</guid>
		<description><![CDATA[

นายอลงกรณ์ พลบุตร&#8220;พาณิชย์&#8221; เผยเดือนมิ.ย.53 แห่จดทะเบียนจดตั้งบริษัทใหม่อื้อ เหตุการเมืองคลี่คลาย เศรษฐกิจฟื้น ภาคเอกชนมั่นใจทำธุรกิจมากขึ้น ส่วนการจดเลิกลดลง แต่ยังต้องจับตาการเมืองปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อ ลั่นวุ่นวายอีก บั่นทอนความเชื่อมั่นทันที&#8230;
14 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติจดทะเบียนธุรกิจของไทยว่า ในเดือนมิ.ย.53 มีผู้ประกอบการขอจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เป็นนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด ทั่วประเทศ 4,321 ราย เพิ่มขึ้น 19% หรือ 693 รายเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.52 ที่จดทะเบียนตั้งใหม่ 3,628 ราย ส่วนเมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.53 ที่มีการจดทะเบียนตั้งใหม่ 3,502 รายนั้นเพิ่มขึ้น 819 ราย หรือเพิ่มขึ้น 23% โดยการจดทะเบียนตั้งใหม่เดือนมิ.ย.53 คิดเป็นเงินทุนจดทะเบียน 33,162 ล้านบาท นิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุดอันดับแรกคิดเป็น 20% ของการจดทะเบียนตั้งใหม่ ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 440 ราย รองลงมาคือ อสังหาริมทรัพย์ 242 ราย บริการนันทนาการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/14/96236/hr1667/420.jpg" title=""พาณิชย์" เผย การเมืองนิ่ง-เศรษฐกิจฟื้น คนแห่จดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่อื้อ" /></p>
<p>
<p><em>นายอลงกรณ์ พลบุตร<br /></em><br /><strong>&#8220;พาณิชย์&#8221; เผยเดือนมิ.ย.53 แห่จดทะเบียนจดตั้งบริษัทใหม่อื้อ เหตุการเมืองคลี่คลาย เศรษฐกิจฟื้น ภาคเอกชนมั่นใจทำธุรกิจมากขึ้น ส่วนการจดเลิกลดลง แต่ยังต้องจับตาการเมืองปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อ ลั่นวุ่นวายอีก บั่นทอนความเชื่อมั่นทันที&#8230;</strong></p>
<p>14 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติจดทะเบียนธุรกิจของไทยว่า ในเดือนมิ.ย.53 มีผู้ประกอบการขอจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เป็นนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด ทั่วประเทศ 4,321 ราย เพิ่มขึ้น 19% หรือ 693 รายเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.52 ที่จดทะเบียนตั้งใหม่ 3,628 ราย ส่วนเมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.53 ที่มีการจดทะเบียนตั้งใหม่ 3,502 รายนั้นเพิ่มขึ้น 819 ราย หรือเพิ่มขึ้น 23% โดยการจดทะเบียนตั้งใหม่เดือนมิ.ย.53 คิดเป็นเงินทุนจดทะเบียน 33,162 ล้านบาท นิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุดอันดับแรกคิดเป็น 20% ของการจดทะเบียนตั้งใหม่ ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 440 ราย รองลงมาคือ อสังหาริมทรัพย์ 242 ราย บริการนันทนาการ เช่น ตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล จัดหานักแสดง คาราโอเกะ บันเทิง 178 ราย</p>
<p>สำหรับการจัดตั้งใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.) 53 อยู่ที่ 25,155 ราย เพิ่มขึ้น 30% หรือ 5,774 ราย เมื่อเทียบกับกับครึ่งปีแรกของปี 52 ที่มี 19,381 ราย โดยธุรกิจที่จดทะเบียนตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ ก่อสร้างอาคาร ตัวกลางทางการเงิน ผลิตพลังงานไฟฟ้า การวิจัยและการพัฒนาการทดลองด้านวิทยาศาสตร์ อสังหาริมทรัย์ เป็นต้น </p>
<p>นายอลงกรณ์ กล่าวถึงนิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกทั่วประเทศในเดือนมิ.ย.53 ว่า มีจำนวน 1,119 ราย มีเงินทุนจดทะเบียน 6,281 ล้านบาท ธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกสูงสุด 3 อันดับแรก คิดเป็น 21% ของการจดทะเบียนเลิกทั้งหมดคือ การก่อสร้างอาคารทั่วไป 112 ราย อสังหาริมทรัพย์ 69 ราย บริการด้านธุรกิจอื่นๆ 47 ราย ทั้งนี้ เมื่อเทียบการจดทะเบียนเลิกเดือนมิ.ย.52 ที่มีจำนวน 1,275 ราย ปรากฎว่า ลดลง 156 ราย คิดเป็น 12% และเมื่อเปรียบเทียบเดือนพ.ค.53 ซึ่งมี 742 ราย เพิ่มขึ้น 377 ราย คิดเป็น 51% ขณะที่ช่วงครึ่งแรกปี 53 จดทะเบียนเลิก 5,551 ราย ลดลง 586 ราย หรือ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มี 6,137 ราย ส่งผลให้ มีจำนวนห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญ บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนคงอยู่ทั่วประเทศทั้งสิ้น 544,192 ราย</p>
<p>“เดือนมิ.ย.53 มีธุรกิจจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.53 เป็นเพราะภาคธุรกิจเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น หลังจากความวุ่นวายทางการเมืองสงบลง ประกอบกับ เศรษฐกิจไทยขยายตัวดีขึ้นมาก จึงทำธุรกิจมากขึ้น สวนแนวโน้มในไตรมาส 3 เชื่อว่า จะมีการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้นอีก และการจดเลิกจะลดลง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านการเมืองยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตามองอยู่ไป ซึ่งหากเกิดความวุ่นวายอีกจะมีผลให้ความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจของภาคเอกชน ลดลงทันที” นายอลงกรณ์ กล่าว</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เอกชนหนุนรัฐเปิดเอฟทีเออียู เชื่อส่งผลดีต่อเศรษฐกิจระยะยาว</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b9-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b9-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Jul 2010 09:43:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[อัครพล ลีลาจินดามัย]]></category>
		<category><![CDATA[เขตเสรีการค้าไทย-สหภาพยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[เอกชน]]></category>
		<category><![CDATA[เอฟทีเออียู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b9-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[

อัครพล ลีลาจินดามัย
&#8220;พาณิชย์&#8221; เผยภาคเอกชนหนุนสุดตัวรัฐเปิดเจรจาเอฟทีเอกับอียู เหตุส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยระยะยาว แต่เตือนรัฐเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มอุตสาหกรรม ดูแลเอสเอ็มอี เพื่อพร้อมรับการแข่งขัน จัดใหญ่ถกภาคเอกชนครั้งสุดท้าย 15 ก.ค.นี้ ก่อนรวมรวบความเห็นเสนอ ครม.เร็วๆ นี้&#8230;14 ก.ค. นายอัครพล ลีลาจินดามัย ผู้ช่วยเลขานุการรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนต่อการจัด ทำความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการฯ ใกล้จะสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนไทย ต่อการทำเอฟทีเอกับอียูแล้ว หลังจากได้เปิดรับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย.53 โดยภาพรวมเอกชนส่วนใหญ่เห็นว่าการทำเอฟทีเอกับอียู จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว และสนับสนุนให้ไทยเปิดเจรจาเอฟทีเอกับอียู 
“ภาคเอกชนส่วนใหญ่เห็นว่าการจัดทำเอฟทีเอ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว แต่มีข้อเสนอแนะว่าภาครัฐต้องระวังสินค้าและบริการของไทย ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันน้อยด้วย โดยเสนอให้ภาครัฐเร่งเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อลดผลกระทบจากการเปิดเสรี รวมทั้งต้องพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรเฉพาะด้าน และพัฒนาด้านวิจัยและพัฒนา รวมทั้งผลักดันให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ในการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการของอียูแก่ไทย แลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี มีระบบการเตือนภัยทางการค้าล่วงหน้า และกลไกการหารือในประเด็นเทคนิค หากสหภาพยุโรปจะออกมาตรการทางที่มิใช่ภาษีใหม่ๆ” นายอัครพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ครอบคลุมและเก็บตกกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น คณะอนุกรรมการฯ จึงได้จัดเวทีใหญ่อีกครั้ง ในหัวข้อ “เอกชนไทย คิดอย่างไร พร้อมหรือไม่ต่อ THAI-EU [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/14/96238/hr1667/420.jpg" title="เอกชนหนุนรัฐเปิดเอฟทีเออียู เชื่อส่งผลดีต่อเศรษฐกิจระยะยาว" /></p>
<p>
<p><span class="caption">อัครพล ลีลาจินดามัย</span></p>
<p><strong>&#8220;พาณิชย์&#8221; เผยภาคเอกชนหนุนสุดตัวรัฐเปิดเจรจาเอฟทีเอกับอียู เหตุส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยระยะยาว แต่เตือนรัฐเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มอุตสาหกรรม ดูแลเอสเอ็มอี เพื่อพร้อมรับการแข่งขัน จัดใหญ่ถกภาคเอกชนครั้งสุดท้าย 15 ก.ค.นี้ ก่อนรวมรวบความเห็นเสนอ ครม.เร็วๆ นี้&#8230;<br /></strong><br />14 ก.ค. นายอัครพล ลีลาจินดามัย ผู้ช่วยเลขานุการรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนต่อการจัด ทำความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการฯ ใกล้จะสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนไทย ต่อการทำเอฟทีเอกับอียูแล้ว หลังจากได้เปิดรับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย.53 โดยภาพรวมเอกชนส่วนใหญ่เห็นว่าการทำเอฟทีเอกับอียู จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว และสนับสนุนให้ไทยเปิดเจรจาเอฟทีเอกับอียู </p>
<p>“ภาคเอกชนส่วนใหญ่เห็นว่าการจัดทำเอฟทีเอ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว แต่มีข้อเสนอแนะว่าภาครัฐต้องระวังสินค้าและบริการของไทย ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันน้อยด้วย โดยเสนอให้ภาครัฐเร่งเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อลดผลกระทบจากการเปิดเสรี รวมทั้งต้องพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรเฉพาะด้าน และพัฒนาด้านวิจัยและพัฒนา รวมทั้งผลักดันให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ในการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการของอียูแก่ไทย แลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี มีระบบการเตือนภัยทางการค้าล่วงหน้า และกลไกการหารือในประเด็นเทคนิค หากสหภาพยุโรปจะออกมาตรการทางที่มิใช่ภาษีใหม่ๆ” นายอัครพล กล่าว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ครอบคลุมและเก็บตกกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น คณะอนุกรรมการฯ จึงได้จัดเวทีใหญ่อีกครั้ง ในหัวข้อ “เอกชนไทย คิดอย่างไร พร้อมหรือไม่ต่อ THAI-EU FTA” ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ ที่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น เพื่อที่คณะอนุกรรมการฯ จะได้รวบรวมความเห็นและรายงานผลสรุป ต่อคณะกรรมการเพื่อรับฟังความคิดเห็นฯ และคณะรัฐมนตรีต่อไป</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b9-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ครม.เห็นชอบเปิดเสรีนำเข้ามันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ ลำไย</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Jul 2010 15:16:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[คณะรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย ใจสมุทร]]></category>
		<category><![CDATA[อาฟต้า]]></category>
		<category><![CDATA[เขตการค้าเสรีอาเซียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a2/</guid>
		<description><![CDATA[

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบ เปิดเสรีนำเข้ามันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ ลำไย กระเทียม พริกแห้ง พริกไทย และเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ ตามกรอบอาฟตา&#8230;
เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2553นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำมันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ลำไยแห้ง พริกไทย และเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ เข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน พ.ศ. และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอ ครม. แล้วดำเนินการต่อไปได้ 
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ไทยได้ทยอยยกเลิกการควบคุมการนำเข้าหอมหัวใหญ่ กระเทียม มันฝรั่ง ลำไยแห้ง เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ ในปี 2550 และพริกไทยในปี 2552 โดยกำหนดให้สินค้าดังกล่าว ที่ผลิตและส่งมาจากประเทศภาคีอาเซียน เป็นสินค้าที่มีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบฟอร์มดีในการนำเข้า และตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป สินค้าดังกล่าวได้ลดภาษีนำเข้าตามข้อตกลงเหลืออัตรา 0% แล้ว ยกเว้นมันฝรั่งที่เก็บภาษีในอัตรา 5 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/13/96011/hr1667/420.jpg" title="ครม.เห็นชอบเปิดเสรีนำเข้ามันฝรั่ง-หอมหัวใหญ่-ลำไย" /></p>
<p>
<p>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบ เปิดเสรีนำเข้ามันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ ลำไย กระเทียม พริกแห้ง พริกไทย และเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ ตามกรอบอาฟตา&#8230;</p>
<p>เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2553นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำมันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ลำไยแห้ง พริกไทย และเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ เข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน พ.ศ. และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอ ครม. แล้วดำเนินการต่อไปได้ </p>
<p>ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ไทยได้ทยอยยกเลิกการควบคุมการนำเข้าหอมหัวใหญ่ กระเทียม มันฝรั่ง ลำไยแห้ง เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ ในปี 2550 และพริกไทยในปี 2552 โดยกำหนดให้สินค้าดังกล่าว ที่ผลิตและส่งมาจากประเทศภาคีอาเซียน เป็นสินค้าที่มีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบฟอร์มดีในการนำเข้า และตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป สินค้าดังกล่าวได้ลดภาษีนำเข้าตามข้อตกลงเหลืออัตรา 0% แล้ว ยกเว้นมันฝรั่งที่เก็บภาษีในอัตรา 5 % โดยสินค้าทั้ง 6 รายการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบให้กำหนดมาตรการรองรับการเปิดตลาดสินค้าทั้ง 6 รายการดังกล่าว ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) โดยกำหนดให้เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้าและกำหนดคุณสมบัติผู้นำเข้า กำหนดช่องทางและช่วงเวลานำเข้า กำหนดเอกสารประกอบการนำเข้าแต่ละครั้ง โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ แจ้งกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการเสนอครม.ต่อไป โดยร่างประกาศฉบับนี้จะมีผลนับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
