<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อ่านข่าว &#187; ข้าว</title>
	<atom:link href="http://news.2ked.com/tag/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://news.2ked.com</link>
	<description>Just another WordPress weblog</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jul 2010 17:41:01 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>วงการค้าข้าวลือหึ่ง ผู้มีอำนาจอนุมัติขายข้าวเตรียมเรียกเงินใต้โต๊ะ</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2010 12:38:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ชูเกียรติ โอภาสวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงสี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0/</guid>
		<description><![CDATA[

วงการค้าข้าวลือหึ่ง! ผู้มีอำนาจอนุมัติขายข้าวเตรียมเรียกเงินใต้โต๊ะกระสอบละ 200-300 บาท แลกชนะประมูล ทำเงินสะพัด 600-900 ล้านบาท ด้านผู้ส่งออกจี้รัฐเร่งคายข้าวเหนียว-ปทุมธานี กว่า 3 แสนตันออกจากสต๊อกโดยเร็ว หลังความต้องการพุ่งทั้งใน-ต่างประเทศ&#8230;
 
20 ก.ค. นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงพาณิชย์มีแผนจะเปิดระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเร็วๆ นี้ว่า ต้องการให้รัฐบาลเปิดระบายโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะข้าวเหนียว และข้าวหอมปทุมธานี เพราะความต้องการทั้งในประเทศ และต่างประเทศ มีมาก ประกอบกับข้าวทั้ง 2 ชนิดขณะนี้มีราคาสูงมาก และไม่มีข้าวเหลือในมือเกษตรกรอีกแล้ว หากรัฐบาลระบายออกสู่ตลาด ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จะไม่มีผลทำให้ราคาภายในตกต่ำลงอย่างแน่นอน ส่วนข้าวขาวยังไม่น่าขาย เพราะราคายังตกต่ำ หากขายออก รัฐบาลจะขาดทุนมหาศาล 
สำหรับราคาส่งออกข้าวไทยในปัจจุบัน นายชูเกียรติ กล่าวว่า ลดลงอย่างมาก โดยราคาข้าวขาว 100% อยู่ที่ตันละ 450-460 เหรียญสหรัฐ จากการที่เวียดนามเร่งส่งออกข้าวฤดูกาลใหม่ที่กำลังออกสู่ตลาดในขณะนี้ และขายในราคาต่ำเหลือเพียงตันละ 350 เหรียญเท่านั้น ทำให้ผู้ซื้อต่างประเทศชะลอการซื้อข้าวจากไทย หันไปซื้อจากเวียดนามแทน ประกอบกับผู้ซื้อต่างประเทศบางส่วนยังลังเลที่จะซื้อจากไทย เพราะรอช้อนซื้อข้าวราคาถูกจากการเทขายสต๊อกข้าวของไทยในเร็วๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/20/97752/hr1667/630.jpg" title="วงการค้าข้าวลือหึ่ง! ผู้มีอำนาจอนุมัติขายข้าวเตรียมเรียกเงินใต้โต๊ะ" /></p>
<p>
<h3>วงการค้าข้าวลือหึ่ง! ผู้มีอำนาจอนุมัติขายข้าวเตรียมเรียกเงินใต้โต๊ะกระสอบละ 200-300 บาท แลกชนะประมูล ทำเงินสะพัด 600-900 ล้านบาท ด้านผู้ส่งออกจี้รัฐเร่งคายข้าวเหนียว-ปทุมธานี กว่า 3 แสนตันออกจากสต๊อกโดยเร็ว หลังความต้องการพุ่งทั้งใน-ต่างประเทศ&#8230;</h3>
<p> </p>
<p>20 ก.ค. นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงพาณิชย์มีแผนจะเปิดระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเร็วๆ นี้ว่า ต้องการให้รัฐบาลเปิดระบายโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะข้าวเหนียว และข้าวหอมปทุมธานี เพราะความต้องการทั้งในประเทศ และต่างประเทศ มีมาก ประกอบกับข้าวทั้ง 2 ชนิดขณะนี้มีราคาสูงมาก และไม่มีข้าวเหลือในมือเกษตรกรอีกแล้ว หากรัฐบาลระบายออกสู่ตลาด ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จะไม่มีผลทำให้ราคาภายในตกต่ำลงอย่างแน่นอน ส่วนข้าวขาวยังไม่น่าขาย เพราะราคายังตกต่ำ หากขายออก รัฐบาลจะขาดทุนมหาศาล </p>
<p>สำหรับราคาส่งออกข้าวไทยในปัจจุบัน นายชูเกียรติ กล่าวว่า ลดลงอย่างมาก โดยราคาข้าวขาว 100% อยู่ที่ตันละ 450-460 เหรียญสหรัฐ จากการที่เวียดนามเร่งส่งออกข้าวฤดูกาลใหม่ที่กำลังออกสู่ตลาดในขณะนี้ และขายในราคาต่ำเหลือเพียงตันละ 350 เหรียญเท่านั้น ทำให้ผู้ซื้อต่างประเทศชะลอการซื้อข้าวจากไทย หันไปซื้อจากเวียดนามแทน ประกอบกับผู้ซื้อต่างประเทศบางส่วนยังลังเลที่จะซื้อจากไทย เพราะรอช้อนซื้อข้าวราคาถูกจากการเทขายสต๊อกข้าวของไทยในเร็วๆ นี้ </p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีข่าวออกมาจากวงการค้าข้าว ทั้งผู้ส่งออกและโรงสีแล้วว่า ข้าวที่รัฐบาลจะเร่งระบายออกจากสต๊อกในครั้งนี้ หากพ่อค้ารายใดต้องการเป็นผู้ชนะการประมูลจะต้องจ่ายใต้โต๊ะให้กับผู้มี อำนาจในการอนุมัติขายกระสอบ (100กิโลกรัม) ละ 200-300 บาท ซึ่งหากมีการระบายข้าวปริมาณ 300,000 ตัน จะต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะสูงถึง 600-900 ล้านบาท</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถกอิเหนาทำเอ็มโอยูฉบับใหม่ตกลงซื้อข้าวจากไทย</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Jul 2010 07:02:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[อิเหนา]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มโอยู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</guid>
		<description><![CDATA[

วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์
ไทยถกอินโดนีเซียทำเอ็มโอยูฉบับใหม่ ตกลงซื้อขายข้าว หลังฉบับเดิมใกล้หมดอายุ คาดจะหารือกันราวเดือน ต.ค.นี้ ระหว่างที่บูล็อกเข้าร่วมการประชุมข้าวนานาชาติ&#8230;
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้นำคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย เพื่อพบปะหารือกับประธานหน่วยงานจัดซื้อข้าว (บูล็อก) ของรัฐบาลอินโดนีเซียเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการนำเข้าข้าว และความเป็นไปได้ในการนำเข้าข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งได้เสนอให้จัดทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ฉบับใหม่ในการซื้อข้าวจากไทย หลังจากเอ็มโอยู ที่ 2 ฝ่ายได้จัดทำขึ้นเมื่อปลายปี 49 โดยตกลงจะซื้อขายข้าวในปริมาณไม่เกิน 1 ล้านตันต่อปีระหว่างปี 50-54 จะหมดอายุลงในเดือนธ.ค.54
&#8220;คาดว่าจะมีการหารือถึงการทำเอ็มโอยูดังกล่าวอีกครั้งในเดือนต.ค.นี้ ระหว่างที่บูล็อกเข้าร่วมการประชุมข้าวนานาชาติในไทย&#8221;.
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/07/11/95413/hr1667/420.jpg" title="ถกอิเหนาทำเอ็มโอยูฉบับใหม่ตกลงซื้อข้าวจากไทย" /></p>
<p>
<p><span class="caption">วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์</span></p>
<p>ไทยถกอินโดนีเซียทำเอ็มโอยูฉบับใหม่ ตกลงซื้อขายข้าว หลังฉบับเดิมใกล้หมดอายุ คาดจะหารือกันราวเดือน ต.ค.นี้ ระหว่างที่บูล็อกเข้าร่วมการประชุมข้าวนานาชาติ&#8230;</p>
<p>เมื่อวันที่ 11 ก.ค. น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้นำคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย เพื่อพบปะหารือกับประธานหน่วยงานจัดซื้อข้าว (บูล็อก) ของรัฐบาลอินโดนีเซียเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการนำเข้าข้าว และความเป็นไปได้ในการนำเข้าข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งได้เสนอให้จัดทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ฉบับใหม่ในการซื้อข้าวจากไทย หลังจากเอ็มโอยู ที่ 2 ฝ่ายได้จัดทำขึ้นเมื่อปลายปี 49 โดยตกลงจะซื้อขายข้าวในปริมาณไม่เกิน 1 ล้านตันต่อปีระหว่างปี 50-54 จะหมดอายุลงในเดือนธ.ค.54</p>
<p>&#8220;คาดว่าจะมีการหารือถึงการทำเอ็มโอยูดังกล่าวอีกครั้งในเดือนต.ค.นี้ ระหว่างที่บูล็อกเข้าร่วมการประชุมข้าวนานาชาติในไทย&#8221;.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ครม.คืนอำนาจพาณิชย์ เปิดระบายสต๊อกข้าวเอง</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2010 12:07:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กขช.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[คณะรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<category><![CDATA[ฉัตรชัย ชูแก้ว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[

ครม. คืนอำนาจพาณิชย์ เปิดระบายข้าวได้เอง หลังที่ผ่าน ต้องผ่านครม.เห็นชอบก่อนขาย จนปัญหาข้าวป่วน ราคาตก เจ๊วา เล็งลุยเปิดจีทูจี รักษาตลาด 
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายฉัตรชัย ชูแก้ว ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 53 มีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์การระบายข้าวสาร ตามที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และเห็นชอบแนวทางการระบายสินค้าเกษตรของรัฐบาล โดยให้คณะทำงานระบายสินค้าเกษตร โดยกรมการค้าต่างประเทศเสนอกรอบยุทธศาสตร์การระบายข้าวต่อคณะอนุกรรมการเห็น ชอบแนวทางการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาล ที่มีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย อนุมัติได้ทันที จากเดิมที่ต้องเสนอขอความเห็นชอบจาก กขช. และ ครม.ก่อน 
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้การระบายข้าวสารจะต้องนำเสนออนุมัติจาก ครม. ทำให้เกิดขั้นตอนนาน ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาข้าวที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และเป็นข่าวใหญ่โตจนทำให้เกิดการปั่นป่วนเกี่ยวกับราคาข้าว ดังนั้น การที่ ครม.อนุมัติให้ประธานอนุระบายข้าวสารอนุมัติข้าวสารในวันนี้ ช่วยให้การดำเนินระบายข้าวมีความคล่องตัวและกระชับ สามารถบริหารสต๊อกเป็นระบบยิ่งขึ้น รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดการปั่นป่วนในเรื่องราคา ทำให้ชาวนาได้ประโยชน์และได้รับผลกระทบจากระบายข้าวในแต่ละครั้งน้อย
อย่างไรก็ตาม วิธีการ ปริมาณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/06/29/92754/hr1667/630.jpg" title="ครม.คืนอำนาจพาณิชย์ เปิดระบายสต๊อกข้าวเอง" /></p>
<p>
<p>ครม. คืนอำนาจพาณิชย์ เปิดระบายข้าวได้เอง หลังที่ผ่าน ต้องผ่านครม.เห็นชอบก่อนขาย จนปัญหาข้าวป่วน ราคาตก เจ๊วา เล็งลุยเปิดจีทูจี รักษาตลาด </p>
<p>เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายฉัตรชัย ชูแก้ว ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 53 มีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์การระบายข้าวสาร ตามที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และเห็นชอบแนวทางการระบายสินค้าเกษตรของรัฐบาล โดยให้คณะทำงานระบายสินค้าเกษตร โดยกรมการค้าต่างประเทศเสนอกรอบยุทธศาสตร์การระบายข้าวต่อคณะอนุกรรมการเห็น ชอบแนวทางการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาล ที่มีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย อนุมัติได้ทันที จากเดิมที่ต้องเสนอขอความเห็นชอบจาก กขช. และ ครม.ก่อน </p>
<p>นายฉัตรชัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้การระบายข้าวสารจะต้องนำเสนออนุมัติจาก ครม. ทำให้เกิดขั้นตอนนาน ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาข้าวที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และเป็นข่าวใหญ่โตจนทำให้เกิดการปั่นป่วนเกี่ยวกับราคาข้าว ดังนั้น การที่ ครม.อนุมัติให้ประธานอนุระบายข้าวสารอนุมัติข้าวสารในวันนี้ ช่วยให้การดำเนินระบายข้าวมีความคล่องตัวและกระชับ สามารถบริหารสต๊อกเป็นระบบยิ่งขึ้น รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดการปั่นป่วนในเรื่องราคา ทำให้ชาวนาได้ประโยชน์และได้รับผลกระทบจากระบายข้าวในแต่ละครั้งน้อย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม วิธีการ ปริมาณ และราคาในการระบายจะต้องทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อภาวะตลาด และหลังจากนั้นให้เสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาการระบายจำหน่ายข้าวสาร ที่มีนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานอนุมัติ และรายงานให้ประธาน กขช. หรือรองประธาน กขช. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เห็นชอบก่อนลงนามสัญญากับคู่สัญญาต่อไป</p>
<p>ด้านนางพรทิวา กล่าวว่า ได้มอบให้กรมการค้าต่างประเทศ กำหนดแนวทางการระบายข้าว ตามยุทธศาสตร์เดิมที่ ครม.อนุมัติ 4-5 แนวทาง เช่น การระบายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) การเปิดให้ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเสนอซื้อ การเปิดประมูล เป็นต้น ส่วนชนิดข้าวที่จะขายจะเน้นข้าวที่มีราคาดี เช่น ข้าวเหนียว และข้าวหอมปทุมธานี ซึ่งมีในสต๊อกรัฐ 350,000-360,000 ตัน หรือข้าวเก่าตั้งแต่ปี 44/45 ที่เสื่อมสภาพก่อน เพื่อลดภาระค่าจัดเก็บที่สูงถึงกว่าเดือนละ 700 ล้านบาท</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รถน้ำมันตกคลอง ชาวบ้านผวา น้ำเน่า ปลาตาย</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a7%e0%b8%b2-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a7%e0%b8%b2-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Jun 2010 07:43:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[คลอง]]></category>
		<category><![CDATA[คอสโม]]></category>
		<category><![CDATA[ทำนา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปทุมธานี]]></category>
		<category><![CDATA[ปลา]]></category>
		<category><![CDATA[รถบรรทุก]]></category>
		<category><![CDATA[เวียนหัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a7%e0%b8%b2-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</guid>
		<description><![CDATA[

เกิดเหตุรถบรรทุกน้ำมันเสียหลักพลิกคว่ำ ตกลงคลองบางโพธิ์เหนือ ปทุมฯ คราบน้ำมันลอยเกลื่อนกินระยะทาง 7 กม. ชาวบ้านเวียนหัวจากกลิ่นน้ำมัน สูบน้ำทำนาข้าวไม่ได้ ปลาตาย จี้บริษัทฯต้นสังกัดเร่งแก้ปัญหา&#8230;
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 26 มิ.ย. พ.ต.ท.พงษ์อนันต์ รักษาชาติ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันเสียหลักพลิกคว่ำตกลงคลอง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดบริเวณ คอสะพานคลองบางโพธิ์เหนือ ถนนสายบางบัวทองมุ่งหน้าบางปะอิน (วงแหวนตะวันตก) หลัก กม.ที่61-62 ม 1 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร มูลนิธิร่วมกตัญญู 
ที่เกิดเหตุ พบรถพ่วงบรรทุกน้ำมัน 18 ล้อ บริษัท คอสโม หมายเลขทะเบียน 75-3553 กทม. หัวรถพ่วงชน ขอบปูนกั้นริมคลอง สภาพด้านหน้ารถพังยุบ ส่วนตัวพ่วงไม่พบแผ่นป้ายทะเบียนที่จมอยู่ในคลองเป็นถังบรรจุน้ำมันขนาดใหญ่ ตกลงคลองบางโพธิ์เหนือ จากแรงกระแทกทำให้ฝาปิดถังน้ำมันเปิดออก ทำให้น้ำมันดีเซล ที่บรรจุอยู่ในถัง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/06/26/92084/hr1667/630.jpg" title="รถน้ำมันตกคลอง ชาวบ้านผวา น้ำเน่า-ปลาตาย  " /></p>
<p>
<p>เกิดเหตุรถบรรทุกน้ำมันเสียหลักพลิกคว่ำ ตกลงคลองบางโพธิ์เหนือ ปทุมฯ คราบน้ำมันลอยเกลื่อนกินระยะทาง 7 กม. ชาวบ้านเวียนหัวจากกลิ่นน้ำมัน สูบน้ำทำนาข้าวไม่ได้ ปลาตาย จี้บริษัทฯต้นสังกัดเร่งแก้ปัญหา&#8230;</p>
<p>เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 26 มิ.ย. พ.ต.ท.พงษ์อนันต์ รักษาชาติ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันเสียหลักพลิกคว่ำตกลงคลอง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดบริเวณ คอสะพานคลองบางโพธิ์เหนือ ถนนสายบางบัวทองมุ่งหน้าบางปะอิน (วงแหวนตะวันตก) หลัก กม.ที่61-62 ม 1 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร มูลนิธิร่วมกตัญญู </p>
<p>ที่เกิดเหตุ พบรถพ่วงบรรทุกน้ำมัน 18 ล้อ บริษัท คอสโม หมายเลขทะเบียน 75-3553 กทม. หัวรถพ่วงชน ขอบปูนกั้นริมคลอง สภาพด้านหน้ารถพังยุบ ส่วนตัวพ่วงไม่พบแผ่นป้ายทะเบียนที่จมอยู่ในคลองเป็นถังบรรจุน้ำมันขนาดใหญ่ ตกลงคลองบางโพธิ์เหนือ จากแรงกระแทกทำให้ฝาปิดถังน้ำมันเปิดออก ทำให้น้ำมันดีเซล ที่บรรจุอยู่ในถัง 36,000 ลิตร ไหลออกลงคลอง ลอยเกลื่อนคลอง และส่งกลิ่นเหม็น ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อคือ นายสมาน นาบุญลือ อายุ 38 ปี ชาว จ.หนองบัวลำพู เป็นคนขับน้ำมันและ น.ส.สงวน ภาภักดี ภรรยาที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่อาสาช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลปทุมธานี ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถใช้น้ำในคลองดังกล่าวได้ เนื่องจากสภาพลำคลองระยะทาง ประมาณ 7 กม. มีคราบน้ำมันลอยเกลื่อนคลอง ชาวบ้านไม่กล้าใช้น้ำในการสูบน้ำทำการเกษตร</p>
<div class="picture "><img src=" /media/content/2010/06/26/92084/l20/o2/420/252.jpg" width="420" height="252"<br />
									alt="" class="detail-image" />
<p class="caption"></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a7%e0%b8%b2-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนุนผลิตพันธุ์ข้าว ถั่วเหลือง สหกรณ์รับหน้าเสื่อ2.1หมื่นตัน</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad2-1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad2-1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Jun 2010 22:41:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ถั่วเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[วินัย กสิรักษ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad2-1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[

ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2) โดยมีแผนบูรณาการส่งเสริมให้สหกรณ์ที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลือง จำนวน 76 แห่ง ในพื้นที่ 41 จังหวัด&#8230;
นายวินัย กสิรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับกรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองพันธุ์ดีแก่เกษตรกร ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2) โดยมีแผนบูรณาการส่งเสริมให้สหกรณ์ที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองจำนวน 76 แห่ง ในพื้นที่ 41 จังหวัด ดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองคุณภาพดี พร้อมกระจายพันธุ์ไปสู่สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรที่มีความต้องการทั่วประเทศ
เบื้องต้นให้สมาชิกเข้าร่วมโครงการเป้าหมาย 3,000 ราย พื้นที่รวม 48,647 ไร่ โดยจะเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีที่เหมาะสมและมีคุณภาพ แนะนำเทคนิคการลดต้นทุน ลดความสูญเสียในการผลิต และปรับปรุงคุณภาพเมล็ดพันธุ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลือง ขณะเดียวกันยังจัดหาแหล่งทุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยให้แก่สหกรณ์ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งกรมจะอุดหนุนค่าการตลาดแก่สถาบันเกษตรกรในโครงการ ตามปริมาณเป้าหมาย 21,000 ตัน
&#8220;ปีนี้คาดว่าจะสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20,000 ตัน และเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง 1,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 463 ล้านบาท โดยจะมีการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีไปปลูกในพื้นที่กว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/06/23/91371/hr1667/630.jpg" title="หนุนผลิตพันธุ์ข้าว-ถั่วเหลือง สหกรณ์รับหน้าเสื่อ2.1หมื่นตัน" /></p>
<p>
<p>ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2) โดยมีแผนบูรณาการส่งเสริมให้สหกรณ์ที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลือง จำนวน 76 แห่ง ในพื้นที่ 41 จังหวัด&#8230;</p>
<p>นายวินัย กสิรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับกรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองพันธุ์ดีแก่เกษตรกร ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2) โดยมีแผนบูรณาการส่งเสริมให้สหกรณ์ที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองจำนวน 76 แห่ง ในพื้นที่ 41 จังหวัด ดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองคุณภาพดี พร้อมกระจายพันธุ์ไปสู่สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรที่มีความต้องการทั่วประเทศ</p>
<p>เบื้องต้นให้สมาชิกเข้าร่วมโครงการเป้าหมาย 3,000 ราย พื้นที่รวม 48,647 ไร่ โดยจะเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีที่เหมาะสมและมีคุณภาพ แนะนำเทคนิคการลดต้นทุน ลดความสูญเสียในการผลิต และปรับปรุงคุณภาพเมล็ดพันธุ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลือง ขณะเดียวกันยังจัดหาแหล่งทุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยให้แก่สหกรณ์ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งกรมจะอุดหนุนค่าการตลาดแก่สถาบันเกษตรกรในโครงการ ตามปริมาณเป้าหมาย 21,000 ตัน</p>
<p>&#8220;ปีนี้คาดว่าจะสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20,000 ตัน และเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง 1,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 463 ล้านบาท โดยจะมีการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีไปปลูกในพื้นที่กว่า 1.33 ล้านไร่ พื้นที่ปลูกถั่วเหลือง 10,000 ไร่ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้&#8221; นายวินัยกล่าว.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad2-1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทึ่ง สุดยอดนโยบายข้าวรัฐบาล</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-4/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Jun 2010 22:36:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรรงค์ สุวรรณคีรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-4/</guid>
		<description><![CDATA[

&#8220;ไตรรงค์&#8221; จ่อเสนอ ครม.อนุมัติสุดยอดแผนปลูกข้าวของประเทศใหม่ ลดจำนวนครั้งปลูกตามน้ำแล้ง 3 ปีจากนี้ ปลูก ข้าว 2 ครั้ง นาปีกับนาปรังใน 22 จังหวัดเป้าหมาย เชื่อจะลดต้นทุน?เพิ่มผลผลิตได้ กรมชลฯยังฝันหลัง ก.ค.นี้ฝนตกแน่&#8230;
เสธ.หนั่น?ธีระ บินสำรวจพื้นที่ 14 มิ.ย.นี้
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เปิดเผยว่า กขช.เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาแผนการจัดระบบการเพาะปลูกข้าวของประเทศไทยให้เหลือแค่ 2 ครั้งต่อปี คือ นาปี 1 ครั้ง และนาปรัง 1 ครั้ง ตามความเห็น ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นแผนงานที่มีความเหมาะสม และน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกข้าวในประเทศได้ดีมากขึ้น 
โดยแผนดังกล่าวนี้จะเริ่มต้นใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ช่วงการปลูกข้าวนาปรังปี 2554 ไปจนถึงปี 2556 รวมระยะเวลา 3 ปี กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ในเขตชลประทาน ดำเนินการปีละ 3 ล้านไร่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/06/12/88949/hr1667/420.jpg" title="ทึ่ง! สุดยอดนโยบายข้าวรัฐบาล" /></p>
<p>
<p>&#8220;ไตรรงค์&#8221; จ่อเสนอ ครม.อนุมัติสุดยอดแผนปลูกข้าวของประเทศใหม่ ลดจำนวนครั้งปลูกตามน้ำแล้ง 3 ปีจากนี้ ปลูก ข้าว 2 ครั้ง นาปีกับนาปรังใน 22 จังหวัดเป้าหมาย เชื่อจะลดต้นทุน?เพิ่มผลผลิตได้ กรมชลฯยังฝันหลัง ก.ค.นี้ฝนตกแน่&#8230;</p>
<p>เสธ.หนั่น?ธีระ บินสำรวจพื้นที่ 14 มิ.ย.นี้</p>
<p>นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เปิดเผยว่า กขช.เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาแผนการจัดระบบการเพาะปลูกข้าวของประเทศไทยให้เหลือแค่ 2 ครั้งต่อปี คือ นาปี 1 ครั้ง และนาปรัง 1 ครั้ง ตามความเห็น ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นแผนงานที่มีความเหมาะสม และน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกข้าวในประเทศได้ดีมากขึ้น </p>
<p>โดยแผนดังกล่าวนี้จะเริ่มต้นใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ช่วงการปลูกข้าวนาปรังปี 2554 ไปจนถึงปี 2556 รวมระยะเวลา 3 ปี กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ในเขตชลประทาน ดำเนินการปีละ 3 ล้านไร่ รวมเป็น 9 ล้านไร่ โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯก็ได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว เมล็ดพันธุ์พืช การอบรมความรู้ จัดหาตลาดรองรับผลผลิตพืช การผ่อนปรนดอกเบี้ย และเลื่อนกำหนดเวลาชำระหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมด คาดว่าจะใช้งบประมาณสนับสนุน ทั้งหมด 2,180 ล้านบาท </p>
<p>รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รูปแบบของระบบ การเพาะปลูกข้าวใหม่นี้จะมีการนำเรื่องการพักหน้าดินจากการหยุดทำนา และการปลูกพืชหลังนาเข้ามาร่วมกับการเพาะปลูกข้าวตามระบบปกติ เพื่อช่วยรักษาหน้าดิน และสามารถตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรคแมลง อาทิ เพลี้ยกระโดด ซึ่ง สร้างความเสียหายกับการปลูกข้าวในช่วงที่ผ่านมา อย่างมาก โดยระบบการเพาะปลูกข้าวที่กำหนดไว้ มี 4 รูปแบบ พิจารณาปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ คือ 1. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้นปลูกข้าวนาปีต่อ หลังจากนั้นก็ปลูกพืชหลัง ก่อนจะเริ่มปลูกข้าวนาปรังอีกครั้ง 2. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้น ปลูกข้าวนาปีต่อ หลังจากนั้น ก็เว้นวรรคการปลูกพืช ก่อนจะเริ่มการปลูกข้าวนาปรังอีกครั้ง 3. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้น ปลูกพืชหลังนา มาคั่นช่วง ก่อนจะปลูกข้าวนาปีต่อ 4. ปลูกข้าว นาปรัง จากนั้นเว้นวรรคการปลูกพืช จากนั้น ถึงค่อยมาปลูกข้าวนาปี</p>
<p>&#8220;ขั้นตอนปฏิบัติเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องทำข้อตกลงกับราชการว่า ถ้าหากไม่ปฏิบัติตามปลูกเกิน 2 ครั้งที่ตกลงไว้จะไม่ปล่อยน้ำให้ และจะถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรด้วย&#8221;</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุทัยธานี ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก ฉะเชิงเทรา ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี เบื้องต้น กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า กระบวนการปลูกข้าวปัจจุบัน ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงมาก โดยเฉพาะนาปรัง มีต้นทุนสูงถึงตันละ 6,760 บาท แต่การปลูกข้าวแบบใหม่ จะทำให้ต้นทุนลดลง 1,037 บาทต่อตัน เนื่องจากจำนวนการปลูกน้อยลง ทำให้ต้นทุนลดน้อยลง แต่จะทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 20%</p>
<p>ด้านนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การคาดการณ์สภาพอากาศโดยรวมนั้น ทางผู้เชี่ยวชาญหลายแห่งได้คาดการณ์ตรงกันว่าหลังเดือน ก.ค.นี้ ปรากฏการณ์เอลนิโญ หรืออุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้เกิดความแห้งแล้งจะผ่านพ้นไป จากนั้นคาดว่าฝนจะตกตามปกติและหากอุณหภูมิน้ำทะเลลดต่ำลงก็จะเข้าสู่ ปรากฏการณ์ลานิญาฝนจะตกลงมามากขึ้นกว่าปกติ โดยตามแบบจำลองของกรมชลประทานคาดการณ์ว่าหลังสิ้นฤดูฝน คือ สิ้นสุดเดือน ก.ย.ปริมาณน้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนท่าด่านจะมีปริมาณน้ำเต็มเขื่อน ส่วนเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์จะมีปริมาณน้ำใช้การประมาณ 6,700-7,550 ล้าน ลบ.ม. โดยต้องเก็บ น้ำสำรองไว้ 4,300 ล้าน ลบ.ม. จึงเหลือน้ำที่จะสนับสนุนการทำนาปรังในปี 2553/2554 ประมาณ 2,400-3,250 ล้าน ลบ.ม. หากเกิดพายุจรมีฝนตกหนักเต็มพื้นที่รับน้ำของเขื่อนทั้งสองแห่งอาจทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งสองแห่งเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 14 มิ.ย.นี้ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ จะร่วมกันเดินทางไปตรวจสภาพน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ร่วมกันโดยทางสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรจะขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำทั้งสองเขื่อนด้วย ซึ่งขณะนี้ปริมาตรน้ำในเขื่อนภูมิพลอยู่ที่ 4,217 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 31% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 417 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์อยู่ที่ 3,374 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 35% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 524 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนป่าสักชล?สิทธิ์มีปริมาตรน้ำ 88 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 9% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 85 ล้าน ลบ.ม.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทึ่ง สุดยอดนโยบายข้าวรัฐบาล</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-3/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Jun 2010 22:36:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรรงค์ สุวรรณคีรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-3/</guid>
		<description><![CDATA[

&#8220;ไตรรงค์&#8221; จ่อเสนอ ครม.อนุมัติสุดยอดแผนปลูกข้าวของประเทศใหม่ ลดจำนวนครั้งปลูกตามน้ำแล้ง 3 ปีจากนี้ ปลูก ข้าว 2 ครั้ง นาปีกับนาปรังใน 22 จังหวัดเป้าหมาย เชื่อจะลดต้นทุน?เพิ่มผลผลิตได้ กรมชลฯยังฝันหลัง ก.ค.นี้ฝนตกแน่&#8230;
เสธ.หนั่น?ธีระ บินสำรวจพื้นที่ 14 มิ.ย.นี้
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เปิดเผยว่า กขช.เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาแผนการจัดระบบการเพาะปลูกข้าวของประเทศไทยให้เหลือแค่ 2 ครั้งต่อปี คือ นาปี 1 ครั้ง และนาปรัง 1 ครั้ง ตามความเห็น ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นแผนงานที่มีความเหมาะสม และน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกข้าวในประเทศได้ดีมากขึ้น 
โดยแผนดังกล่าวนี้จะเริ่มต้นใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ช่วงการปลูกข้าวนาปรังปี 2554 ไปจนถึงปี 2556 รวมระยะเวลา 3 ปี กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ในเขตชลประทาน ดำเนินการปีละ 3 ล้านไร่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/06/12/88949/hr1667/420.jpg" title="ทึ่ง! สุดยอดนโยบายข้าวรัฐบาล" /></p>
<p>
<p>&#8220;ไตรรงค์&#8221; จ่อเสนอ ครม.อนุมัติสุดยอดแผนปลูกข้าวของประเทศใหม่ ลดจำนวนครั้งปลูกตามน้ำแล้ง 3 ปีจากนี้ ปลูก ข้าว 2 ครั้ง นาปีกับนาปรังใน 22 จังหวัดเป้าหมาย เชื่อจะลดต้นทุน?เพิ่มผลผลิตได้ กรมชลฯยังฝันหลัง ก.ค.นี้ฝนตกแน่&#8230;</p>
<p>เสธ.หนั่น?ธีระ บินสำรวจพื้นที่ 14 มิ.ย.นี้</p>
<p>นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เปิดเผยว่า กขช.เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาแผนการจัดระบบการเพาะปลูกข้าวของประเทศไทยให้เหลือแค่ 2 ครั้งต่อปี คือ นาปี 1 ครั้ง และนาปรัง 1 ครั้ง ตามความเห็น ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นแผนงานที่มีความเหมาะสม และน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกข้าวในประเทศได้ดีมากขึ้น </p>
<p>โดยแผนดังกล่าวนี้จะเริ่มต้นใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ช่วงการปลูกข้าวนาปรังปี 2554 ไปจนถึงปี 2556 รวมระยะเวลา 3 ปี กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ในเขตชลประทาน ดำเนินการปีละ 3 ล้านไร่ รวมเป็น 9 ล้านไร่ โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯก็ได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว เมล็ดพันธุ์พืช การอบรมความรู้ จัดหาตลาดรองรับผลผลิตพืช การผ่อนปรนดอกเบี้ย และเลื่อนกำหนดเวลาชำระหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมด คาดว่าจะใช้งบประมาณสนับสนุน ทั้งหมด 2,180 ล้านบาท </p>
<p>รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รูปแบบของระบบ การเพาะปลูกข้าวใหม่นี้จะมีการนำเรื่องการพักหน้าดินจากการหยุดทำนา และการปลูกพืชหลังนาเข้ามาร่วมกับการเพาะปลูกข้าวตามระบบปกติ เพื่อช่วยรักษาหน้าดิน และสามารถตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรคแมลง อาทิ เพลี้ยกระโดด ซึ่ง สร้างความเสียหายกับการปลูกข้าวในช่วงที่ผ่านมา อย่างมาก โดยระบบการเพาะปลูกข้าวที่กำหนดไว้ มี 4 รูปแบบ พิจารณาปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ คือ 1. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้นปลูกข้าวนาปีต่อ หลังจากนั้นก็ปลูกพืชหลัง ก่อนจะเริ่มปลูกข้าวนาปรังอีกครั้ง 2. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้น ปลูกข้าวนาปีต่อ หลังจากนั้น ก็เว้นวรรคการปลูกพืช ก่อนจะเริ่มการปลูกข้าวนาปรังอีกครั้ง 3. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้น ปลูกพืชหลังนา มาคั่นช่วง ก่อนจะปลูกข้าวนาปีต่อ 4. ปลูกข้าว นาปรัง จากนั้นเว้นวรรคการปลูกพืช จากนั้น ถึงค่อยมาปลูกข้าวนาปี</p>
<p>&#8220;ขั้นตอนปฏิบัติเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องทำข้อตกลงกับราชการว่า ถ้าหากไม่ปฏิบัติตามปลูกเกิน 2 ครั้งที่ตกลงไว้จะไม่ปล่อยน้ำให้ และจะถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรด้วย&#8221;</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุทัยธานี ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก ฉะเชิงเทรา ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี เบื้องต้น กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า กระบวนการปลูกข้าวปัจจุบัน ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงมาก โดยเฉพาะนาปรัง มีต้นทุนสูงถึงตันละ 6,760 บาท แต่การปลูกข้าวแบบใหม่ จะทำให้ต้นทุนลดลง 1,037 บาทต่อตัน เนื่องจากจำนวนการปลูกน้อยลง ทำให้ต้นทุนลดน้อยลง แต่จะทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 20%</p>
<p>ด้านนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การคาดการณ์สภาพอากาศโดยรวมนั้น ทางผู้เชี่ยวชาญหลายแห่งได้คาดการณ์ตรงกันว่าหลังเดือน ก.ค.นี้ ปรากฏการณ์เอลนิโญ หรืออุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้เกิดความแห้งแล้งจะผ่านพ้นไป จากนั้นคาดว่าฝนจะตกตามปกติและหากอุณหภูมิน้ำทะเลลดต่ำลงก็จะเข้าสู่ ปรากฏการณ์ลานิญาฝนจะตกลงมามากขึ้นกว่าปกติ โดยตามแบบจำลองของกรมชลประทานคาดการณ์ว่าหลังสิ้นฤดูฝน คือ สิ้นสุดเดือน ก.ย.ปริมาณน้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนท่าด่านจะมีปริมาณน้ำเต็มเขื่อน ส่วนเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์จะมีปริมาณน้ำใช้การประมาณ 6,700-7,550 ล้าน ลบ.ม. โดยต้องเก็บ น้ำสำรองไว้ 4,300 ล้าน ลบ.ม. จึงเหลือน้ำที่จะสนับสนุนการทำนาปรังในปี 2553/2554 ประมาณ 2,400-3,250 ล้าน ลบ.ม. หากเกิดพายุจรมีฝนตกหนักเต็มพื้นที่รับน้ำของเขื่อนทั้งสองแห่งอาจทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งสองแห่งเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 14 มิ.ย.นี้ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ จะร่วมกันเดินทางไปตรวจสภาพน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ร่วมกันโดยทางสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรจะขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำทั้งสองเขื่อนด้วย ซึ่งขณะนี้ปริมาตรน้ำในเขื่อนภูมิพลอยู่ที่ 4,217 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 31% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 417 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์อยู่ที่ 3,374 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 35% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 524 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนป่าสักชล?สิทธิ์มีปริมาตรน้ำ 88 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 9% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 85 ล้าน ลบ.ม.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทึ่ง สุดยอดนโยบายข้าวรัฐบาล</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Jun 2010 22:36:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรรงค์ สุวรรณคีรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5/</guid>
		<description><![CDATA[

&#8220;ไตรรงค์&#8221; จ่อเสนอ ครม.อนุมัติสุดยอดแผนปลูกข้าวของประเทศใหม่ ลดจำนวนครั้งปลูกตามน้ำแล้ง 3 ปีจากนี้ ปลูก ข้าว 2 ครั้ง นาปีกับนาปรังใน 22 จังหวัดเป้าหมาย เชื่อจะลดต้นทุน?เพิ่มผลผลิตได้ กรมชลฯยังฝันหลัง ก.ค.นี้ฝนตกแน่&#8230;
เสธ.หนั่น?ธีระ บินสำรวจพื้นที่ 14 มิ.ย.นี้
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เปิดเผยว่า กขช.เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาแผนการจัดระบบการเพาะปลูกข้าวของประเทศไทยให้เหลือแค่ 2 ครั้งต่อปี คือ นาปี 1 ครั้ง และนาปรัง 1 ครั้ง ตามความเห็น ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นแผนงานที่มีความเหมาะสม และน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกข้าวในประเทศได้ดีมากขึ้น 
โดยแผนดังกล่าวนี้จะเริ่มต้นใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ช่วงการปลูกข้าวนาปรังปี 2554 ไปจนถึงปี 2556 รวมระยะเวลา 3 ปี กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ในเขตชลประทาน ดำเนินการปีละ 3 ล้านไร่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/06/12/88949/hr1667/420.jpg" title="ทึ่ง! สุดยอดนโยบายข้าวรัฐบาล" /></p>
<p>
<p>&#8220;ไตรรงค์&#8221; จ่อเสนอ ครม.อนุมัติสุดยอดแผนปลูกข้าวของประเทศใหม่ ลดจำนวนครั้งปลูกตามน้ำแล้ง 3 ปีจากนี้ ปลูก ข้าว 2 ครั้ง นาปีกับนาปรังใน 22 จังหวัดเป้าหมาย เชื่อจะลดต้นทุน?เพิ่มผลผลิตได้ กรมชลฯยังฝันหลัง ก.ค.นี้ฝนตกแน่&#8230;</p>
<p>เสธ.หนั่น?ธีระ บินสำรวจพื้นที่ 14 มิ.ย.นี้</p>
<p>นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เปิดเผยว่า กขช.เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาแผนการจัดระบบการเพาะปลูกข้าวของประเทศไทยให้เหลือแค่ 2 ครั้งต่อปี คือ นาปี 1 ครั้ง และนาปรัง 1 ครั้ง ตามความเห็น ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นแผนงานที่มีความเหมาะสม และน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกข้าวในประเทศได้ดีมากขึ้น </p>
<p>โดยแผนดังกล่าวนี้จะเริ่มต้นใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ช่วงการปลูกข้าวนาปรังปี 2554 ไปจนถึงปี 2556 รวมระยะเวลา 3 ปี กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ในเขตชลประทาน ดำเนินการปีละ 3 ล้านไร่ รวมเป็น 9 ล้านไร่ โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯก็ได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว เมล็ดพันธุ์พืช การอบรมความรู้ จัดหาตลาดรองรับผลผลิตพืช การผ่อนปรนดอกเบี้ย และเลื่อนกำหนดเวลาชำระหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมด คาดว่าจะใช้งบประมาณสนับสนุน ทั้งหมด 2,180 ล้านบาท </p>
<p>รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รูปแบบของระบบ การเพาะปลูกข้าวใหม่นี้จะมีการนำเรื่องการพักหน้าดินจากการหยุดทำนา และการปลูกพืชหลังนาเข้ามาร่วมกับการเพาะปลูกข้าวตามระบบปกติ เพื่อช่วยรักษาหน้าดิน และสามารถตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรคแมลง อาทิ เพลี้ยกระโดด ซึ่ง สร้างความเสียหายกับการปลูกข้าวในช่วงที่ผ่านมา อย่างมาก โดยระบบการเพาะปลูกข้าวที่กำหนดไว้ มี 4 รูปแบบ พิจารณาปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ คือ 1. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้นปลูกข้าวนาปีต่อ หลังจากนั้นก็ปลูกพืชหลัง ก่อนจะเริ่มปลูกข้าวนาปรังอีกครั้ง 2. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้น ปลูกข้าวนาปีต่อ หลังจากนั้น ก็เว้นวรรคการปลูกพืช ก่อนจะเริ่มการปลูกข้าวนาปรังอีกครั้ง 3. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้น ปลูกพืชหลังนา มาคั่นช่วง ก่อนจะปลูกข้าวนาปีต่อ 4. ปลูกข้าว นาปรัง จากนั้นเว้นวรรคการปลูกพืช จากนั้น ถึงค่อยมาปลูกข้าวนาปี</p>
<p>&#8220;ขั้นตอนปฏิบัติเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องทำข้อตกลงกับราชการว่า ถ้าหากไม่ปฏิบัติตามปลูกเกิน 2 ครั้งที่ตกลงไว้จะไม่ปล่อยน้ำให้ และจะถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรด้วย&#8221;</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุทัยธานี ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก ฉะเชิงเทรา ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี เบื้องต้น กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า กระบวนการปลูกข้าวปัจจุบัน ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงมาก โดยเฉพาะนาปรัง มีต้นทุนสูงถึงตันละ 6,760 บาท แต่การปลูกข้าวแบบใหม่ จะทำให้ต้นทุนลดลง 1,037 บาทต่อตัน เนื่องจากจำนวนการปลูกน้อยลง ทำให้ต้นทุนลดน้อยลง แต่จะทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 20%</p>
<p>ด้านนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การคาดการณ์สภาพอากาศโดยรวมนั้น ทางผู้เชี่ยวชาญหลายแห่งได้คาดการณ์ตรงกันว่าหลังเดือน ก.ค.นี้ ปรากฏการณ์เอลนิโญ หรืออุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้เกิดความแห้งแล้งจะผ่านพ้นไป จากนั้นคาดว่าฝนจะตกตามปกติและหากอุณหภูมิน้ำทะเลลดต่ำลงก็จะเข้าสู่ ปรากฏการณ์ลานิญาฝนจะตกลงมามากขึ้นกว่าปกติ โดยตามแบบจำลองของกรมชลประทานคาดการณ์ว่าหลังสิ้นฤดูฝน คือ สิ้นสุดเดือน ก.ย.ปริมาณน้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนท่าด่านจะมีปริมาณน้ำเต็มเขื่อน ส่วนเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์จะมีปริมาณน้ำใช้การประมาณ 6,700-7,550 ล้าน ลบ.ม. โดยต้องเก็บ น้ำสำรองไว้ 4,300 ล้าน ลบ.ม. จึงเหลือน้ำที่จะสนับสนุนการทำนาปรังในปี 2553/2554 ประมาณ 2,400-3,250 ล้าน ลบ.ม. หากเกิดพายุจรมีฝนตกหนักเต็มพื้นที่รับน้ำของเขื่อนทั้งสองแห่งอาจทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งสองแห่งเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 14 มิ.ย.นี้ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ จะร่วมกันเดินทางไปตรวจสภาพน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ร่วมกันโดยทางสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรจะขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำทั้งสองเขื่อนด้วย ซึ่งขณะนี้ปริมาตรน้ำในเขื่อนภูมิพลอยู่ที่ 4,217 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 31% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 417 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์อยู่ที่ 3,374 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 35% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 524 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนป่าสักชล?สิทธิ์มีปริมาตรน้ำ 88 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 9% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 85 ล้าน ลบ.ม.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทึ่ง สุดยอดนโยบายข้าวรัฐบาล</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-2/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Jun 2010 22:36:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรรงค์ สุวรรณคีรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-2/</guid>
		<description><![CDATA[

&#8220;ไตรรงค์&#8221; จ่อเสนอ ครม.อนุมัติสุดยอดแผนปลูกข้าวของประเทศใหม่ ลดจำนวนครั้งปลูกตามน้ำแล้ง 3 ปีจากนี้ ปลูก ข้าว 2 ครั้ง นาปีกับนาปรังใน 22 จังหวัดเป้าหมาย เชื่อจะลดต้นทุน?เพิ่มผลผลิตได้ กรมชลฯยังฝันหลัง ก.ค.นี้ฝนตกแน่&#8230;
เสธ.หนั่น?ธีระ บินสำรวจพื้นที่ 14 มิ.ย.นี้
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เปิดเผยว่า กขช.เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาแผนการจัดระบบการเพาะปลูกข้าวของประเทศไทยให้เหลือแค่ 2 ครั้งต่อปี คือ นาปี 1 ครั้ง และนาปรัง 1 ครั้ง ตามความเห็น ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นแผนงานที่มีความเหมาะสม และน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกข้าวในประเทศได้ดีมากขึ้น 
โดยแผนดังกล่าวนี้จะเริ่มต้นใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ช่วงการปลูกข้าวนาปรังปี 2554 ไปจนถึงปี 2556 รวมระยะเวลา 3 ปี กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ในเขตชลประทาน ดำเนินการปีละ 3 ล้านไร่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/06/12/88949/hr1667/420.jpg" title="ทึ่ง! สุดยอดนโยบายข้าวรัฐบาล" /></p>
<p>
<p>&#8220;ไตรรงค์&#8221; จ่อเสนอ ครม.อนุมัติสุดยอดแผนปลูกข้าวของประเทศใหม่ ลดจำนวนครั้งปลูกตามน้ำแล้ง 3 ปีจากนี้ ปลูก ข้าว 2 ครั้ง นาปีกับนาปรังใน 22 จังหวัดเป้าหมาย เชื่อจะลดต้นทุน?เพิ่มผลผลิตได้ กรมชลฯยังฝันหลัง ก.ค.นี้ฝนตกแน่&#8230;</p>
<p>เสธ.หนั่น?ธีระ บินสำรวจพื้นที่ 14 มิ.ย.นี้</p>
<p>นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เปิดเผยว่า กขช.เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาแผนการจัดระบบการเพาะปลูกข้าวของประเทศไทยให้เหลือแค่ 2 ครั้งต่อปี คือ นาปี 1 ครั้ง และนาปรัง 1 ครั้ง ตามความเห็น ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นแผนงานที่มีความเหมาะสม และน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกข้าวในประเทศได้ดีมากขึ้น </p>
<p>โดยแผนดังกล่าวนี้จะเริ่มต้นใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ช่วงการปลูกข้าวนาปรังปี 2554 ไปจนถึงปี 2556 รวมระยะเวลา 3 ปี กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ในเขตชลประทาน ดำเนินการปีละ 3 ล้านไร่ รวมเป็น 9 ล้านไร่ โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯก็ได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว เมล็ดพันธุ์พืช การอบรมความรู้ จัดหาตลาดรองรับผลผลิตพืช การผ่อนปรนดอกเบี้ย และเลื่อนกำหนดเวลาชำระหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมด คาดว่าจะใช้งบประมาณสนับสนุน ทั้งหมด 2,180 ล้านบาท </p>
<p>รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รูปแบบของระบบ การเพาะปลูกข้าวใหม่นี้จะมีการนำเรื่องการพักหน้าดินจากการหยุดทำนา และการปลูกพืชหลังนาเข้ามาร่วมกับการเพาะปลูกข้าวตามระบบปกติ เพื่อช่วยรักษาหน้าดิน และสามารถตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรคแมลง อาทิ เพลี้ยกระโดด ซึ่ง สร้างความเสียหายกับการปลูกข้าวในช่วงที่ผ่านมา อย่างมาก โดยระบบการเพาะปลูกข้าวที่กำหนดไว้ มี 4 รูปแบบ พิจารณาปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ คือ 1. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้นปลูกข้าวนาปีต่อ หลังจากนั้นก็ปลูกพืชหลัง ก่อนจะเริ่มปลูกข้าวนาปรังอีกครั้ง 2. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้น ปลูกข้าวนาปีต่อ หลังจากนั้น ก็เว้นวรรคการปลูกพืช ก่อนจะเริ่มการปลูกข้าวนาปรังอีกครั้ง 3. ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้น ปลูกพืชหลังนา มาคั่นช่วง ก่อนจะปลูกข้าวนาปีต่อ 4. ปลูกข้าว นาปรัง จากนั้นเว้นวรรคการปลูกพืช จากนั้น ถึงค่อยมาปลูกข้าวนาปี</p>
<p>&#8220;ขั้นตอนปฏิบัติเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องทำข้อตกลงกับราชการว่า ถ้าหากไม่ปฏิบัติตามปลูกเกิน 2 ครั้งที่ตกลงไว้จะไม่ปล่อยน้ำให้ และจะถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรด้วย&#8221;</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุทัยธานี ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก ฉะเชิงเทรา ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี เบื้องต้น กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า กระบวนการปลูกข้าวปัจจุบัน ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงมาก โดยเฉพาะนาปรัง มีต้นทุนสูงถึงตันละ 6,760 บาท แต่การปลูกข้าวแบบใหม่ จะทำให้ต้นทุนลดลง 1,037 บาทต่อตัน เนื่องจากจำนวนการปลูกน้อยลง ทำให้ต้นทุนลดน้อยลง แต่จะทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 20%</p>
<p>ด้านนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การคาดการณ์สภาพอากาศโดยรวมนั้น ทางผู้เชี่ยวชาญหลายแห่งได้คาดการณ์ตรงกันว่าหลังเดือน ก.ค.นี้ ปรากฏการณ์เอลนิโญ หรืออุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้เกิดความแห้งแล้งจะผ่านพ้นไป จากนั้นคาดว่าฝนจะตกตามปกติและหากอุณหภูมิน้ำทะเลลดต่ำลงก็จะเข้าสู่ ปรากฏการณ์ลานิญาฝนจะตกลงมามากขึ้นกว่าปกติ โดยตามแบบจำลองของกรมชลประทานคาดการณ์ว่าหลังสิ้นฤดูฝน คือ สิ้นสุดเดือน ก.ย.ปริมาณน้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนท่าด่านจะมีปริมาณน้ำเต็มเขื่อน ส่วนเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์จะมีปริมาณน้ำใช้การประมาณ 6,700-7,550 ล้าน ลบ.ม. โดยต้องเก็บ น้ำสำรองไว้ 4,300 ล้าน ลบ.ม. จึงเหลือน้ำที่จะสนับสนุนการทำนาปรังในปี 2553/2554 ประมาณ 2,400-3,250 ล้าน ลบ.ม. หากเกิดพายุจรมีฝนตกหนักเต็มพื้นที่รับน้ำของเขื่อนทั้งสองแห่งอาจทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งสองแห่งเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 14 มิ.ย.นี้ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ จะร่วมกันเดินทางไปตรวจสภาพน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ร่วมกันโดยทางสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรจะขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำทั้งสองเขื่อนด้วย ซึ่งขณะนี้ปริมาตรน้ำในเขื่อนภูมิพลอยู่ที่ 4,217 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 31% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 417 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์อยู่ที่ 3,374 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 35% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 524 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนป่าสักชล?สิทธิ์มีปริมาตรน้ำ 88 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 9% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 85 ล้าน ลบ.ม.</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เกษตรฯจัดงบ2พันล้าน จัดระบบปลูกข้าว</title>
		<link>http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%af%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%9a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%af%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%9a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Jun 2010 04:00:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกข้าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%af%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%9a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[

พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด  เพื่อพิจารณากำหนดพื้นที่เพาะปลูกให้เกษตรกรเป็นรายโครงการชลประทาน  และควบคุมการระบายน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุน&#8230;. 
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีมติเห็นชอบโครงการจัดระบบปลูกข้าว โดยเบื้องต้นได้กำหนดระยะเวลาโครงการเริ่มตั้งแต่ปี 2554 ? 2556 ซึ่งใช้งบประมาณรวม 2,180 ล้านบาท และจะเน้นในมาตรการบริหารจัดการน้ำที่มีระเบียบ หรือข้อบังคับในการจัดสรรน้ำปลูกข้าวตามช่วงเวลาการปลูกข้าวตามแผนของระบบการปลูกข้าว พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณากำหนดพื้นที่เพาะปลูกให้เกษตรกรเป็นรายโครงการชลประทาน และควบคุมการระบายน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุน และมีการใช้สิทธิประกันรายได้ของเกษตรกร โดยเกษตรกรจะไม่ได้รับสิทธิประกันรายได้ หากไม่ปลูกข้าวตามเงื่อนไขหรือระยะเวลาที่กระทรวงกำหนด 
รมว.เกษตรและสหกรณ์? กล่าวถึงมาตรการปรับระบบการปลูกข้าวจะทำให้เกษตรกรและประเทศสามารถลดความเสี่ยงต่อสภาวะขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และลดปริมาณการใช้น้ำในการปลูกข้าวได้ฤดูละประมาณ 1,200 &#8211; 1,500 ลูกบาศก์เมตร และทำให้เกษตรกรได้มีเวลาพักดินที่จะเป็นการตัดวงจรโรคและแมลง ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตข้าวของชาวนาและเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกข้าวไปต่างประเทศอีกด้วย ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ อยู่ในระหว่างการนำเสนอโครงการจัดระบบการปลูกข้าวเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติภายในเดือนนี้ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/06/03/87048/hr1667/630.jpg" title="เกษตรฯจัดงบ2พันล้าน จัดระบบปลูกข้าว" /></p>
<p>
<p>พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด  เพื่อพิจารณากำหนดพื้นที่เพาะปลูกให้เกษตรกรเป็นรายโครงการชลประทาน  และควบคุมการระบายน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุน&#8230;. </p>
<p>นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีมติเห็นชอบโครงการจัดระบบปลูกข้าว โดยเบื้องต้นได้กำหนดระยะเวลาโครงการเริ่มตั้งแต่ปี 2554 ? 2556 ซึ่งใช้งบประมาณรวม 2,180 ล้านบาท และจะเน้นในมาตรการบริหารจัดการน้ำที่มีระเบียบ หรือข้อบังคับในการจัดสรรน้ำปลูกข้าวตามช่วงเวลาการปลูกข้าวตามแผนของระบบการปลูกข้าว พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณากำหนดพื้นที่เพาะปลูกให้เกษตรกรเป็นรายโครงการชลประทาน และควบคุมการระบายน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุน และมีการใช้สิทธิประกันรายได้ของเกษตรกร โดยเกษตรกรจะไม่ได้รับสิทธิประกันรายได้ หากไม่ปลูกข้าวตามเงื่อนไขหรือระยะเวลาที่กระทรวงกำหนด </p>
<p>รมว.เกษตรและสหกรณ์? กล่าวถึงมาตรการปรับระบบการปลูกข้าวจะทำให้เกษตรกรและประเทศสามารถลดความเสี่ยงต่อสภาวะขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และลดปริมาณการใช้น้ำในการปลูกข้าวได้ฤดูละประมาณ 1,200 &#8211; 1,500 ลูกบาศก์เมตร และทำให้เกษตรกรได้มีเวลาพักดินที่จะเป็นการตัดวงจรโรคและแมลง ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตข้าวของชาวนาและเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกข้าวไปต่างประเทศอีกด้วย ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ อยู่ในระหว่างการนำเสนอโครงการจัดระบบการปลูกข้าวเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติภายในเดือนนี้ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป</p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.2ked.com/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%af%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%9a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
